เมืองสองแควแตก! เพื่อไทย เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ คนแน่นเรือนหมื่น
ข่าวการเมือง

เมืองสองแควแตก! เพื่อไทย เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ คนแน่นเรือนหมื่น

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ที่ลานท่าข้าว อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัยใหญ่ นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายวราเทพ รัตนากร และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย เพื่อช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลกทั้ง 5 เขตหาเสียงเลือกตั้ง

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเดินทางมาร่วมรับฟังการปราศรัยอย่างล้นหลามจนเต็มพื้นที่ลานปราศรัย โดยชาวพิษณุโลกได้มอบพวงมาลัยกล้วยตากและมะม่วงน้ำดอกไม้ เพื่อแสดงการต้อนรับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ท่ามกลางเสียงเชียร์และบรรยากาศเป็นกันเอง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขึ้นเวทีปราศรัยเป็นคนแรก โดยเน้นย้ำถึงความเชื่อมั่นในนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่สามารถทำได้จริง พร้อมชี้แจงประเด็นด้านงบประมาณที่ประชาชนให้ความสนใจ โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนนโยบายเงินดิจิทัลไปสู่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ รัฐจ่าย 70 ประชาชนจ่าย 30 รวมถึงนโยบาย หวยเกษียณ และการมอบหลักประกันชีวิต 1 ล้านบาท ให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวพาดพิงถึงสถานการณ์ทางการเมือง โดยระบุว่ารัฐบาลที่มีภูมิต้านทานต่อองค์กรอิสระต่ำ เมื่อเผชิญแรงคัดค้านหรือแรงร้องเรียนจำนวนมาก จึงต้องปรับเปลี่ยนนโยบาย พร้อมใช้สำนวนเปรียบเปรยทางการเมือง และเชิญชวนประชาชนชาวพิษณุโลกให้ตัดสินใจเลือกพรรคเพื่อไทย เพื่อนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในการเลือกตั้งครั้งนี้

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยท่ามกลางเสียงเชียร์ของประชาชน โดยเริ่มต้นด้วยการประกาศยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาความยากจนและหนี้สินแบบเบ็ดเสร็จ อาทิ การจัดการหนี้เสีย (NPL) มาตรการพักหนี้เกษตรกร 3 ปี และนโยบาย คนไทยไร้จน เพื่อเติมรายได้ให้ครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 3,000 บาทต่อเดือน รวมถึงนโยบายลดค่าไฟฟ้า และการปราบปรามยาเสพติดให้สิ้นซากภายใน 3-6 เดือน เพื่อคืนความหวังและศักดิ์ศรีให้กับประชาชน

ศ.ดร.ยศชนัน ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยระบุว่าเป็นวันตัดสินอนาคตและความหวังของประชาชน พร้อมยืนยันว่าหากได้รับความไว้วางใจ พรรคเพื่อไทยพร้อมเปลี่ยนความฝันของชาวพิษณุโลกให้เป็นความจริง สูตรแก้จนของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้มุ่งเพียงการใช้เงิน แต่จะมุ่งหาเงินให้ประชาชน ผ่านการดึงนวัตกรรมและศักยภาพของพื้นที่ออกมาใช้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เศรษฐกิจหมุนเวียน พ่อค้าแม่ค้าขายของได้ และประชาชนมีรายได้ที่มั่นคง

นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้นำเสนอวิสัยทัศน์ในการยกระดับจังหวัดพิษณุโลกให้เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาและการแพทย์อย่างยั่งยืน โดยประกาศพร้อมสนับสนุนมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาในพื้นที่ อาทิ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ให้เป็นกลไกหลักในการพัฒนาจังหวัด เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพโดยไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน

พร้อมย้ำว่า พรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนทุนการศึกษาให้ลูกหลานชาวพิษณุโลกไปศึกษาต่อในสาขาที่ขาดแคลน เช่น แพทย์ เพื่อกลับมารับใช้บ้านเกิด โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ยังขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์

ช่วงท้ายของการปราศรัย ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้กล่าวถึงการผลักดันจังหวัดพิษณุโลกให้เป็น ศูนย์รวมทางการแพทย์ (Medical Complex) เพื่อสร้างรายได้เข้าสู่จังหวัด ผ่านศักยภาพของโรงพยาบาลชั้นนำในพื้นที่ ควบคู่กับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ผ่านโครงการ SML และกองทุนหมู่บ้าน เพื่อพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบน้ำประปาให้สะอาดและไหลสม่ำเสมอในทุกพื้นที่

พร้อมกันนี้ ได้ขอแรงสนับสนุนจากประชาชนให้เลือกพรรคเพื่อไทยยกจังหวัดทั้ง 5 เขต เพื่อส่งผู้แทนเข้าไปทำงานในสภา และผลักดันการพัฒนาพิษณุโลกให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง