เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ที่ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดตาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นำคณะผู้บริหารและผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงและพบปะประชาชน โดยจังหวัดตากถือเป็นจังหวัดที่ 2 จากทั้งหมด 3 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย ตาก และพิษณุโลก ในการเดินสายรับฟังปัญหาและนำเสนอนโยบายแก่ประชาชนในพื้นที่

ก่อนเริ่มการปราศรัย ศ.ดร.ยศชนัน ได้เข้าสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งก่อนหน้านี้ในการลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย คณะพรรคเพื่อไทยได้สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชมาแล้ว
บรรยากาศก่อนขึ้นเวทีเป็นไปอย่างคึกคัก ศ.ดร.ยศชนัน ได้เดินลงไปทักทายประชาชนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่บริเวณด้านหลังสุดของพื้นที่ปราศรัย ไล่จากฝั่งขวาไปยังฝั่งซ้าย ก่อนจะเดินมาถึงด้านหน้าเวที ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวบ้านที่มารอรับฟังการปราศรัยนับพันคน โดยมีประชาชนจำนวนมากมอบดอกไม้ แสดงความยินดี และขอถ่ายภาพอย่างเป็นกันเอง สร้างบรรยากาศคึกคักตลอดช่วงการทักทาย

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงเชียร์ โดยยืนยันถึงความพร้อมของพรรคเพื่อไทยในการเข้ามาบริหารประเทศ พร้อมย้ำจุดยืนของพรรคว่าไม่เคยเปลี่ยนแปลง พรรคเพื่อไทย หัวจิตหัวใจไม่เคยเปลี่ยน หัวใจคือเพื่อประชาชนอย่างเดียว และวันนี้มาให้เห็นกับตาว่า ถ้าประชาชนเดือดร้อน พรรคเพื่อไทยคือพรรคที่จะอยู่เคียงข้างตลอดไป

ในโอกาสนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้นำเสนอนโยบายสำคัญที่มุ่งแก้ไขปัญหาของประชาชนจังหวัดตากและทั่วประเทศ เริ่มจากปัญหายาเสพติด ซึ่งระบุว่าเป็นปัญหารุนแรงที่สุดในปัจจุบัน โดยประกาศนโยบาย สงครามยาเสพติด ตั้งเป้าปราบปรามให้จบภายใน 3-6 เดือน หากได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมดำเนินการสแกนทุกหมู่บ้านและเรือนจำในช่วง 3 เดือนแรก ใครติดยา เอาออกมาให้หมด เขาคือลูกหลานของเรา ยังไงก็ไม่ทิ้ง พร้อมผลักดันโครงการ 1 จังหวัด 1 ศูนย์บำบัด เพื่อฟื้นฟูอาชีพและคืนคนกลับสู่ครอบครัว ขณะที่ผู้ผลิตและผู้ค้ายาจะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทั้งระบบ
ด้านเศรษฐกิจและปากท้อง ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบที่สร้างความกดดันให้ประชาชน พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าปลดหนี้ครั้งใหญ่ ครอบคลุมเกษตรกร ครู และข้าราชการ เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาหมุนเวียน พร้อมเสนอแนวคิดกระตุ้นเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ 70/30 คือรัฐบาลรับภาระ 70% ประชาชน 30% เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มกำลังซื้ออย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ยังได้ประกาศยกระดับนโยบายสาธารณสุขจาก 30 บาทรักษาทุกโรค สู่ 30 บาท AI ด้วยการนำเทคโนโลยีและการแพทย์ทางไกลมาใช้ เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเจ็บป่วยที่จังหวัดใด แพทย์สามารถเข้าถึงประวัติการรักษาได้ทันที
สำหรับภาคเกษตร ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะเร่งแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน โดยสแกนปัญหาที่ดินทับซ้อนและผลักดันการเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนด เพื่อสร้างความมั่นคงให้เกษตรกร พร้อมนโยบายประกันกำไรจากการทำเกษตร 30% และพัฒนาระบบชลประทานให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
นอกจากนี้ ยังเน้นนโยบายกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ลดการรวมศูนย์อำนาจของรัฐส่วนกลาง เพิ่มงบประมาณให้ตำบลและชุมชนบริหารจัดการปัญหาในพื้นที่ด้วยตนเอง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ฝุ่นควัน และสาธารณูปโภค รวมถึงการสนับสนุนทุนการศึกษา ส่งเสริมให้เยาวชนไปศึกษาต่อในสาขาที่ขาดแคลน เช่น แพทย์และพยาบาล ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อกลับมาพัฒนาบ้านเกิด

ช่วงท้ายการปราศรัย ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวเป็นภาษาเหนือ สร้างความคึกคักให้กับผู้ฟัง พร้อมขอแรงสนับสนุนให้ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ และเลือกผู้สมัคร สส. เขต 1 เบอร์ 3 พ.ต.ท. พิษณุ พลบุตร (รองนุ) เพื่อส่งผู้แทนพรรคเพื่อไทยเข้าไปทำงานในสภา และผลักดันให้พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล
วันแห่งความหวังของพี่น้องชาวตาก เรามาสร้างประวัติศาสตร์ไปด้วยกัน เลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 3 เขต แล้วผม ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จะเปลี่ยนความฝันและความหวังของพี่น้องให้เป็นความจริง ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวปิดท้าย