เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 มีรายงานว่า สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง มุมมองของคนไทยต่อนโยบายแจกเงินของพรรคการเมือง โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์ มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อฟัง การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชนในการทำความเข้าใจภูมิทัศน์ความรู้สึกและความคาดหวังของประชาชนอย่างรอบด้าน เพื่อทำหน้าที่เป็นคลังสมองทางประชาธิปไตยของสังคมไทยอย่างแท้จริง
การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 4 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 26 - 29 ธ.ค. 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. คนไทย 2 ใน 3 ไม่เชื่อ และ ไม่คล้อยตาม นโยบายแจกเงิน
67.1% ระบุว่าไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง (สำรวจโดย x LINE TODAY)
66.4% ไม่เชื่อมั่น นโยบายแจกเงิน
58.6% มองว่าเป็นนโยบายเพื่อหาเสียง
66.6% เห็นว่าช่วยพัฒนาประเทศได้น้อยหรือแทบไม่ช่วยเลย
สะท้อนว่า สังคมค่อนข้างไม่เชื่อนโยบายแจกเงิน ประชาชนเริ่มแยกออก และตีความเป็น กลยุทธ์หาเสียง มากกว่านโยบายพัฒนา พลังทางการเมืองของนโยบายนี้กำลังถดถอย
2. ความไม่เชื่อต่อนโยบายแจกเงิน กระจายทั่วประเทศ แต่หนักต่างกัน
ภาคใต้ (80.5%) เห็นว่า นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการลงคะแนนสูงสุด
ภาคตะวันออก (72.5%) ภาคกลาง (70.2%)
ภาคเหนือ (55.3%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (54.5%) ใกล้เคียงกัน
กรุงเทพมหานคร (44.7%) ต่ำที่สุด
ความไม่คล้อยตามนโยบายแจกเงินกระจายทั่วประเทศแต่ ภาคใต้ - ภาคกลาง มีท่าทีปฏิเสธชัดเจนที่สุด ในขณะที่ คนกรุงเทพฯ ไม่ศรัทธาคำพูดทางการเมือง แต่ยังเปิดรับการทดลองเชิงนโยบาย
3. ทุกระดับการศึกษา เห็นตรงกันเกินครึ่ง นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการตัดสินใจ
สูงกว่าปริญญาตรี (73.3%) เห็นว่า นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการลงคะแนนสูงสุด
ปริญญาตรี (67.75%) มัธยม/อาชีวศึกษา (60%)
ประถมหรือต่ำกว่า (51.8%) ต่ำที่สุด
สะท้อนให้เห็นว่า ทุกกลุ่มการศึกษาต้องการ เหตุผล ผลลัพธ์ และความคุ้มค่า มากกว่าสโลแกนหรือนโยบายขายฝัน
4. กลุ่ม ข้าราชการ - รัฐวิสาหกิจ ไม่คล้อยตามนโยบายแจกเงินมากที่สุด
ข้าราชการ/พนักงานรัฐ/รัฐวิสาหกิจ (70.3%) สูงที่สุด
แม่บ้าน/ผู้เกษียณ/ไม่มีอาชีพ (65.1%) เจ้าของกิจการ/ผู้ประกอบการ/ค้าขาย (63.9%)
นักเรียน/นักศึกษา (61.4%) ต่ำที่สุด
ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่รัฐ รู้ว่า เงินทุกบาทมีต้นทุนและมีผลกระทบระยะยาว แม้กระทั่งกลุ่มอาชีพอื่น ๆ และ นักเรียน/นักศึกษา ก็ยังเห็นไปในทางเดียวกัน สะท้อนว่า การเมืองที่หวังชนะด้วยเงิน กำลังไม่ตอบโจทย์ทั้ง คนในระบบ และ คนรุ่นใหม่ เงินระยะสั้นไม่ตอบโจทย์ระยะยาวของชีวิต
บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 4
ผลสำรวจชี้ชัดว่า นโยบายแจกเงิน ไม่ใช่ตัวชี้ขาดทางการเมืองอีกต่อไป ประชาชนแยกแยะได้ว่า เป็นเพียงนโยบายหาเสียง และ ยังกระตุ้น ความไม่น่าเชื่อ โดยอัตโนมัติแก่คนไทยทุกกลุ่มอาชีพ และทุกภาค สิ่งที่พรรคการเมืองควรต้องเริ่มทันที คือ การเสนอนโยบายใหม่ที่ไม่ใช่ประชานิยม หยุดพูดว่า แจก และต้องตอบคำถามเหล่านี้ต่อสังคมให้ชัด (ถ้าไม่ตอบ เท่ากับ เสียคะแนน)
(check mark) เงินมาจากไหน และใช้มากแค่ไหน
(check mark) ใครได้ และทำไมเขาถึงควรได้
(check mark) ได้แล้วเกิดผลกระทบอะไร คุ้มค่าหรือไม่
(check mark) วัดผลสำเร็จอย่างไร

ภาพจาก สถาบันพระปกเกล้า
เรียบเรียง สยามนิวส์