วันที่ 12 มกราคม 2569 นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร หรือ เคนโด้ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ และผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียงภาคอีสาน ภายใต้แคมเปญ คาราวานอีสานต้องดีกว่านี้ ตามมอบหมายของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค มุ่งสื่อสารนโยบายลดต้นทุนชีวิตประชาชน โดยเฉพาะพลังงาน ทั้งไฟฟ้า น้ำมัน และแก๊ส ให้ราคาถูกลงอย่างเป็นธรรม

เคนโด้ ย้ำว่า นายพีระพันธุ์พิสูจน์ผลงานมาแล้วสมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สามารถลดค่าไฟให้ประชาชนรวมกว่า 2.7 แสนล้านบาท และวันนี้ขอ ทำต่อ ลดต่อ เพื่อช่วยประชาชนให้มีเงินเหลือใช้มากขึ้น
บรรยากาศการลงพื้นที่เต็มไปด้วยความม่วนซื่น ถูกใจคนอีสาน ด้วยลีลาการสื่อสารแบบกันเอง เว้านัว หัวม่วน เข้าถึงชาวบ้านทุกกลุ่ม เริ่มต้นที่จังหวัดหนองคาย บริเวณตลาดโพธิ์ชัย พบปะพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งต่างแสดงความชื่นชอบนโยบายลดค่าไฟฟ้าเหลือ 3.3 บาทต่อหน่วย น้ำมันเบนซิน-ดีเซล 25 บาทต่อลิตร และตรึงราคาแก๊ส

ชาวบ้านต่างกอด แสดงพลังใจและความหวังให้ เคนโด้ เป็นปากเป็นเสียงในสภาฯ จากนั้นเดินสายหาเสียงต่อที่ตลาดท่าเสด็จ และลานพญานาค ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น พร้อมเสียงสนับสนุนนโยบายลดค่าพลังงานและ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการ 1,500 บาท
ต่อมาเคนโด้มุ่งหน้าสู่อุดรธานี ขึ้นรถแห่รอบเมือง และลงพื้นที่จุดสำคัญ อาทิ ตลาดเทศบาล 1 ซึ่งสร้างความประทับใจอย่างยิ่ง เมื่อหัวหน้าตลาดเข้ามากอดและฝากความหวัง พร้อมประกาศ บัตรสีชมพู เบอร์ 6 ทั้งตลาด เชื่อมั่นพรรครวมไทยสร้างชาติและผู้นำที่ เฮ็ดจริง ทำจริง

ช่วงเย็นเปิดเวทีปราศรัยย่อยที่ สวนสาธารณะหนองประจักษ์ ใช้ลีลาปราศรัยดุดันถึงใจ แฉปัญหาทุนพลังงานครอบงำประเทศ ย้ำประชาชนไม่ควรอดทนกับความไม่เป็นธรรม พร้อมชี้ให้เห็นปัญหาสแกมเมอร์และการฟอกเงินที่สะท้อนทุนเทาครอบงำการเมือง การไลฟ์สดมีผู้รับชมสูงกว่า 10,000 คน นอกจากนี้ยังพบปะผู้สูงอายุในชุมชนพาสุขมั่นคง สื่อสารนโยบายเบี้ยยังชีพ 1,500 บาท ซึ่งผู้สูงอายุระบุว่าเป็นนโยบายที่ช่วยประคองชีวิตในแต่ละเดือนได้จริง
ทั้งนี้ ตลอดเดือนมกราคม เคนโด้ ยังคงเดินสายพบปะพี่น้องชาวอีสานในหลายจังหวัด เพื่อสื่อสารนโยบายให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมเชิญชวนร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศ เพื่อสร้างสังคมน่าอยู่