นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงข้อสังเกตต่อบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ที่หลายฝ่ายมองว่ายังค่อนข้างเงียบเหงาและไม่คึกคักเท่าที่ควร แม้จะผ่านช่วงเริ่มต้นการหาเสียงมาแล้วระยะหนึ่ง โดยระบุว่าสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากความรู้สึกเบื่อหน่ายของประชาชนต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง จนเกิดความรู้สึกว่าไม่ว่าจะเลือกใครเข้ามา ผลลัพธ์ก็อาจไม่แตกต่างจากเดิม
นายพีระพันธุ์กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบประชาชน พบว่าประเด็นแรกที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือความเบื่อหน่ายต่อการทุจริตคอร์รัปชัน โดยประชาชนสะท้อนว่าเลือกใครเข้ามาก็มักจะเกิดการทุจริตซ้ำ และสุดท้ายประโยชน์ก็ตกอยู่กับนักการเมืองรายใหญ่ ทำให้เกิดความรู้สึกสิ้นหวังต่อการเมือง พร้อมเห็นว่าปัญหานี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเด็ดขาด
นอกจากนี้ ประชาชนยังมองว่าบรรยากาศทางการเมืองในช่วงนี้ไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากมีความกังวลต่อสถานการณ์ความมั่นคง โดยเฉพาะปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะคลี่คลายไปในทิศทางใด รวมถึงความเป็นห่วงทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ขณะเดียวกัน ปัญหาปากท้องก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะค่าครองชีพและราคาพลังงาน ซึ่งประชาชนสะท้อนว่าภายหลังจากที่นายพีระพันธุ์พ้นตำแหน่ง ราคาแก๊สหุงต้มก็มีการปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
นายพีระพันธุ์ยังแสดงความกังวลว่า สถานการณ์เช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อระบอบประชาธิปไตย หากนักการเมืองไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ เมื่อประชาชนรู้สึกว่าไม่สามารถพึ่งพานักการเมืองในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานของชีวิต ก็อาจนำไปสู่ความเบื่อหน่ายต่อระบบการเมืองโดยรวม
ด้วยเหตุนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติจึงให้ความสำคัญกับการสร้างนักการเมืองที่มีคุณภาพ มีความตั้งใจจริงในการทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองและประชาชน เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง และฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเมืองให้กลับคืนมาอีกครั้ง