จากกรณีที่ นาง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ชี้แจงนโยบายด้านเศรษฐกิจต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสะท้อนถึงความรอบด้านในการเตรียมข้อมูล ความสามารถในการอธิบายเชิงนโยบาย และทักษะการสื่อสารในระดับมืออาชีพ ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นจากสาธารณชนอย่างรวดเร็ว

ระหว่างการอภิปรายของนายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน รัฐมนตรีศุภจีได้กล่าวขอบคุณข้อเสนอแนะ พร้อมชี้แจงประเด็นต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ โดยย้ำว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อใช้ประกอบการพิจารณานโยบายและแนวทางแก้ไขปัญหาทางการค้าให้มีความยั่งยืน
บรรยากาศการอภิปรายดังกล่าวได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ เนื่องจากสะท้อนถึงการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ซึ่งถือเป็นลักษณะการประชุมสภาที่สาธารณชนต้องการเห็น
ประวัติและประสบการณ์
นางศุภจีเป็นผู้บริหารหญิงที่มีประสบการณ์ในองค์กรระดับนานาชาติมายาวนาน เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการเงินและการบัญชี จากมหาวิทยาลัยนอร์ธอร์ป สหรัฐอเมริกา
หลังสำเร็จการศึกษา เธอเริ่มต้นทำงานที่บริษัท IBM และเติบโตในตำแหน่งงานด้านการบริหารจนขึ้นสู่ตำแหน่งรองประธานประจำภูมิภาคอาเซียน รวมถึงผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่สำนักงานใหญ่ในนครนิวยอร์ก โดยมีความโดดเด่นด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล การบริหารการเงิน และความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพ

ต่อมาเธอได้รับการทาบทามให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) แม้ไม่เคยมีประสบการณ์ในธุรกิจดาวเทียมมาก่อน แต่ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี เธอสามารถสร้างผลกำไรเพิ่มขึ้นถึง 548% และได้รับรางวัลผู้บริหารธุรกิจดาวเทียมยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย-แปซิฟิก
หลังบริหารงานไทยคมเป็นเวลา 4 ปี เธอได้รับเชิญให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นเครือโรงแรมชั้นนำของประเทศ เธอสามารถนำองค์กรสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่อง ทั้งในปี 2561 และ 2562 แม้ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เธอยังคงยึดหลักไม่ลดจำนวนพนักงาน และมุ่งหาแนวทางเพิ่มรายได้เพื่อให้บริษัทและบุคลากรสามารถผ่านพ้นวิกฤติไปได้ร่วมกัน
ประสบการณ์ที่สั่งสมจากการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้นางศุภจีเป็นที่ยอมรับในวงการธุรกิจว่าเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่มีความสามารถโดดเด่นของประเทศไทย
หลักคิดและแนวทางการทำงาน
นางศุภจีให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากบุคลากรทุกระดับ โดยย้ำว่า ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง แต่จำเป็นต้องเคารพความคิดเห็นของทุกคน
เธอใช้หลักคิด Hope for the best, but prepare for the worst ในการวางแผนงาน ซึ่งหมายถึง การเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ขณะเดียวกันก็รักษาความหวังและมุ่งมั่นต่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
สำหรับ 3 หลักการทำงานที่ยึดถือ ได้แก่
- ความสมดุล บริหารความเสี่ยงควบคู่กับการตัดสินใจ
- ความไม่ประมาท ศึกษาข้อมูลรอบด้านก่อนดำเนินการใด ๆ
- การมีสติ ตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบในทุกงานที่ได้รับมอบหมาย

บทบาทในตำแหน่งรัฐมนตรีพาณิชย์
การเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกุล ซึ่งดำเนินงานมา 4 เดือน ทำให้สังคมจับตาว่าเธอจะสามารถนำประสบการณ์ด้านการบริหารเชิงกลยุทธ์จากภาคเอกชน มาประยุกต์ใช้ในการผลักดันการค้าและเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเผชิญความท้าทายหลายประการได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
ด้วยผลการทำงานที่ชัดเจนในทุกองค์กรที่เธอเคยบริหาร ทั้งภาคเทคโนโลยี ดาวเทียม และธุรกิจบริการ การเข้ามาทำงานในภาครัฐของนางศุภจีจึงถือเป็นความคาดหวังสำคัญของสังคม ในการขับเคลื่อนการค้าของประเทศไทยให้กลับมาเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ชมคลิป