เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) นางสาวญานนีน ภารวี ไวเกล หรือ เจเน่พลอยชมพู อายุ 25 ปี ศิลปินนักร้อง พร้อมด้วยนายรังสรรค์ ปัญญาเรือน หรือสงกรานต์ เจ้าของค่ายเพลง และนายศิวดล จันทนเสวี หรือ ท๊อฟฟี่ 3.50 บาท เดินทางเข้าแจ้งความกรณีถูกบุคคลที่อ้างตัวเป็นแฟนคลับส่งข้อความคุกคามและข่มขู่ทำร้ายถึงชีวิตผ่านอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก โดยมี พ.ต.อ.ปรีดา คงจัด รองผู้บังคับการ บก.สอท.1 เป็นผู้รับเรื่อง
นางสาวญานนีนเปิดเผยว่า พฤติกรรมคุกคามเริ่มขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา หลังอีกฝ่ายแชร์โพสต์รูปของเธอ โดยเธอคาดว่าการกดถูกใจสตอรี่ของแฟนคลับตามปกติ อาจทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดคิดว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ก่อนเริ่มส่งข้อความคุกคามทางเพศอย่างต่อเนื่อง แม้จะบล็อกบัญชีแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับสร้างบัญชีใหม่มาติดต่อซ้ำ จนต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีจำกัดการเข้าถึงข้อความ
นอกจากนี้ บุคคลดังกล่าวยังติดตามความเคลื่อนไหวของเธอผ่านอินสตาแกรมและติ๊กต็อก แสดงอาการหึงหวงเมื่อเธอติดตามบุคคลอื่น พร้อมกล่าวหาว่านอกใจ ทั้งที่ไม่เคยพูดคุยหรือตอบโต้กันแม้แต่ครั้งเดียว ที่น่ากังวลคือพฤติกรรมเริ่มลุกลามไปถึงเพื่อนและเพื่อนร่วมงาน โดยมีการนำภาพของคนใกล้ชิดมาอ้างอิง พร้อมส่งข้อความข่มขู่ทำร้ายร่างกายและฆ่า ทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะระหว่างเดินทางไปทำงานหรือแสดงคอนเสิร์ต อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจจนต้องรับประทานยาแก้แพนิกเวลาออกไปข้างนอก
ด้านนายศิวดลเปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องจากพลอยชมพูเมื่อคืนที่ผ่านมา จึงแนะนำให้เข้าแจ้งความตามคำแนะนำของ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตัวตนของผู้ใช้บัญชีและดำเนินการตามกฎหมาย ขณะที่นายรังสรรค์ระบุว่า ต้องการให้ตำรวจช่วยติดตามตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมเตรียมเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยให้ศิลปินระหว่างเดินทางไปทำงาน
พ.ต.อ.ปรีดาเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.บางชันแล้ว และเดินทางมายังตำรวจไซเบอร์เพื่อให้ช่วยตรวจสอบเพิ่มเติม จากการตรวจสอบหลักฐานเบื้องต้นพบพฤติการณ์ข่มขู่และคุกคามต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยอาจเข้าข่ายความผิดฐานข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว รวมถึงประเด็นการคุกคามทางเพศ ซึ่งต้องพิจารณารายละเอียดและองค์ประกอบความผิดอย่างรอบคอบ
ขั้นตอนต่อจากนี้ ตำรวจไซเบอร์จะให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์ตรวจพิสูจน์เพื่อยืนยันตัวตนผู้ใช้บัญชี พร้อมประสานข้อมูลกับตำรวจท้องที่ที่รับแจ้งความไว้ก่อนหน้า และรวบรวมหลักฐานข้อความเพื่อประกอบการดำเนินคดี โดยจะพิจารณาการปิดกั้นบัญชีให้เหมาะสมกับแนวทางดำเนินคดี เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเก็บหลักฐาน
ทั้งนี้ พลอยชมพูยืนยันว่า การเข้าแจ้งความครั้งนี้ไม่ต้องการให้ตนเองและคนรอบข้างต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว พร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่เผชิญเหตุลักษณะเดียวกันกล้าเก็บหลักฐานและแจ้งเจ้าหน้าที่ รวมถึงเตือนผู้ที่ใช้บัญชีไม่เปิดเผยตัวตนเพื่อคุกคามผู้อื่นว่า การกระทำผ่านโลกออนไลน์ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีได้
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ