น่ารักมาก! อี๊ด โปงลาง อวดโฉมภรรยา-ลูกชาย ครั้งแรก
น่ารักมาก! อี๊ด โปงลาง อวดโฉมภรรยา-ลูกชาย ครั้งแรก
ข่าวบันเทิง

น่ารักมาก! อี๊ด โปงลาง อวดโฉมภรรยา-ลูกชาย ครั้งแรก

ฟังข่าวนี้

เรียกได้ว่าเป็นการเปิดตัวครอบครัวผ่านสื่ออย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครั้งแรก สำหรับนักร้องและตลกหนุ่มอารมณ์ดี “อี๊ด โปงลางสะออน” ที่ล่าสุดควงภรรยาคนสวย “น้ำ จริยา” และลูกชายสุดน่ารัก “น้องนาวา” วัย 6 ขวบ มาเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บ Show เผยเรื่องราวชีวิตคู่ตลอด 14 ปี ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ฝ่ายหญิงเป็นแฟนคลับ ก่อนพัฒนาความสัมพันธ์จนกลายเป็นครอบครัว พร้อมเล่าถึงการฝ่าด่านคุณแม่ยาย การปรับตัวเข้าหากัน และเรื่องราวความเจ้าชู้ในอดีตที่ทั้งคู่ค่อย ๆ เรียนรู้และก้าวผ่านมาได้

เปิดใจครั้งแรก ทำไมไม่เคยพาครอบครัวออกรายการ

อี๊ดเผยว่า ที่ผ่านมาไม่ได้ตั้งใจปกปิดเรื่องครอบครัว เพียงแต่ขึ้นอยู่กับโอกาสและจังหวะเวลาที่เหมาะสม อีกทั้งยังมีงานค่อนข้างเยอะ เมื่อมีโอกาสจึงอยากให้ภรรยาและลูกได้มาเปิดใจในพื้นที่ของตัวเองบ้าง พร้อมยืนยันว่าไม่ได้กังวลกับการเปิดเผยว่าตัวเองมีภรรยาแล้วแต่อย่างใด

ด้านน้องนาวา ลูกชายวัย 6 ขวบ ก็เดินทางมาเปิดตัวพร้อมคุณพ่อคุณแม่ โดยอี๊ดเล่าว่า ตอนลูกยังเล็กมักพาไปดูเวลาตัวเองเล่นดนตรี และเปิดโอกาสให้ลองทำกิจกรรมหลายอย่าง ทั้งการตีโปงลางและเป่าแคน แต่เมื่อโตขึ้นลูกเริ่มสนใจกิจกรรมอื่น ๆ มากกว่า ปัจจุบันชื่นชอบการตีกลอง ฟุตบอล และว่ายน้ำ

ขณะที่น้ำเผยว่า กิจกรรมต่าง ๆ ที่ลูกเรียนล้วนเริ่มจากความต้องการของเจ้าตัวเอง อย่างการเรียนดนตรีที่เริ่มต้นจากเปียโน ก่อนจะเปลี่ยนมาเรียนตีกลอง เพราะลูกบอกว่าอยากเรียนมากกว่า

เลี้ยงลูกด้วยเหตุผล เปิดโอกาสให้ลองทำสิ่งที่ชอบ

เมื่อถามถึงการเลี้ยงลูก อี๊ดยอมรับว่าเป็นคนตามใจลูก แต่จะมีเหตุผลประกอบเสมอ หากลูกอยากได้อะไรหรือทำสิ่งใดที่ยังไม่เหมาะสม ก็จะอธิบายให้เข้าใจมากกว่าการดุด่าหรือลงโทษด้วยความรุนแรง

ส่วนน้ำรับหน้าที่เป็นคุณแม่สายเข้มงวด โดยเฉพาะเรื่องการกิน การนอน และการขอซื้อสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งบางครั้งคุณพ่อก็เผลอตามใจจนทำให้กฎที่ตั้งไว้คลาดเคลื่อน แต่ทั้งคู่พยายามพูดคุยและปรับความเข้าใจกัน

ด้านน้องนาวาเมื่อถูกถามว่าใครดุกว่ากัน ก็ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นคุณแม่ ส่วนคุณพ่อเป็นคนตามใจมากกว่า พร้อมเผยว่ากลัวเวลาคุณแม่เสียงดัง ขณะที่น้ำเล่าว่า บางครั้งเพียงแค่ใช้เสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย ลูกก็เริ่มน้ำตาคลอแล้ว แต่สุดท้ายคุณแม่ก็มักใจอ่อนเมื่อลูกเข้ามาถามว่าแม่โกรธหรือไม่

อี๊ดยังเผยด้วยว่า ไม่อยากให้ลูกจดจำภาพความรุนแรงจากการเลี้ยงดูในอดีต จึงเลือกใช้การพูดคุยและอธิบายเหตุผล โดยทั้งคู่ไม่ใช้คำพูดรุนแรงต่อกัน แม้จะมีเรื่องไม่เข้าใจกันก็จะค่อย ๆ พูดคุยเมื่ออารมณ์เย็นลง

จากแฟนคลับสู่คนรัก จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ 14 ปี

สำหรับจุดเริ่มต้นความรัก น้ำเล่าว่าเดิมทีเป็นเพียงแฟนคลับทั่วไปของอี๊ด เคยเจอกันและถ่ายรูปตามปกติ ในเวลานั้นเธอทำงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และทราบว่าอี๊ดทำงานอยู่ที่โรงเบียร์รังสิต จึงติดต่อเพื่อชักชวนให้มาร่วมงานกัน ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งคู่ได้พูดคุยกันมากขึ้น

ด้านอี๊ดเล่าว่า ช่วงนั้นตัวเองเพิ่งโสดและแยกย้ายจากวง จึงกลับไปเล่นดนตรีที่โรงเบียร์รังสิต ก่อนที่น้ำจะฝากข้อความขึ้นมาบนเวทีเพื่อติดต่องาน หลังจากนั้นจึงได้นัดกินข้าวที่ร้านก๋วยเตี๋ยวและแลกเบอร์โทรศัพท์กัน ก่อนจะพูดคุยติดต่อกันเรื่อยมา

เมื่อถูกถามว่าใครเป็นฝ่ายจีบใคร อี๊ดเผยว่าในช่วงแรกยังไม่ได้คิดจีบใครอย่างจริงจัง เพราะเพิ่งผ่านช่วงความสัมพันธ์เดิมมา ส่วนน้ำบอกว่าอีกฝ่ายไม่ได้แสดงออกชัดเจนว่ากำลังจีบ แต่จะชวนคุยเรื่อย ๆ โดยเริ่มจากเรื่องงานเป็นหลัก

ยอมรับช่วงแรกมีเรื่องโกหก ก่อนพัฒนาความผูกพัน

น้ำเผยว่าในช่วงแรกที่คบหากัน เคยจับได้ว่าอี๊ดโกหกเรื่องการพูดคุยกับผู้หญิงคนอื่น ขณะที่อี๊ดอธิบายว่าเวลานั้นทั้งคู่ยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกันอย่างชัดเจน จึงยังมีการพูดคุยกับคนอื่นอยู่บ้าง

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นจากความใกล้ชิดและความผูกพัน โดยอี๊ดเล่าว่า มีช่วงหนึ่งที่ความสัมพันธ์เหมือนจะไม่ได้ไปต่อ แต่สุดท้ายก็กลับมาคบหากันอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงที่วงแยกย้ายและต้องเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว ซึ่งน้ำเป็นคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางไปด้วยกัน จนกลายเป็นความผูกพันที่ต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้

เมื่อถามถึงเหตุผลที่ตัดสินใจเลือกน้ำมาเป็นคู่ชีวิต อี๊ดเผยว่าเป็นคนตัดสินใจค่อนข้างเร็วและตรงไปตรงมา ส่วนด้านน้ำบอกว่า สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจแต่งงานคือความเสมอต้นเสมอปลายของอี๊ด เป็นคนเรียบง่าย ไม่หวือหวา และเป็นตัวของตัวเองมาโดยตลอด แม้จะมีอารมณ์ขัน แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นคนจริงจังกับเรื่องงาน

ฝ่าด่านแม่ยาย พิสูจน์ตัวเองด้วยความจริงใจ

น้ำเผยว่า ในช่วงแรกครอบครัวค่อนข้างเป็นห่วง เพราะอี๊ดเป็นคนมีชื่อเสียง จึงกังวลว่าลูกสาวอาจถูกหลอก และเคยเตือนให้เตรียมใจไว้ด้วย

ด้านอี๊ดเล่าว่า วิธีพิสูจน์ตัวเองคือการเดินทางไปพบคุณแม่ของน้ำโดยตรง พร้อมบอกว่ากำลังคบหากับลูกสาวของท่าน และขอให้ไม่ต้องเป็นห่วง แม้จะไม่สามารถรับประกันอนาคตได้ทั้งหมด แต่ก็ยืนยันถึงความจริงใจในเวลานั้น ซึ่งคุณแม่ของน้ำก็เป็นคนละเอียดรอบคอบและให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว

ตลอดระยะเวลา 14 ปี น้ำยืนยันว่าอี๊ดยังคงเป็นคนเสมอต้นเสมอปลายเหมือนเดิม ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่เน้นความหวือหวาหรือการซื้อของมากมาย ขณะที่อี๊ดเผยว่า แม้จะมีงอนหรือโมโหกันบ้าง แต่เมื่อรู้ตัวว่าผิดก็จะขอโทษ ส่วนภรรยามักจะนิ่งและปล่อยให้ตนเองอารมณ์เย็นลงก่อน

จากแฟนคลับที่เคยหึงหวง สู่ผู้จัดการส่วนตัวของสามี

อีกหนึ่งเรื่องราวที่ทั้งคู่เล่าย้อนถึงคือช่วงแรก ๆ ที่น้ำยังไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมการแสดงความรักของแฟนคลับชาวอีสาน ซึ่งบางครั้งมีการเข้ามากอด หอมแก้ม หรือหยอกล้อกับอี๊ดอย่างใกล้ชิด ทำให้น้ำรู้สึกไม่เข้าใจและเกิดความหึงหวงอยู่บ้าง

อี๊ดเล่าว่า เคยมีเหตุการณ์ที่แฟนคลับหยอกล้อด้วยการอุ้มตัวเองเข้าไปด้านใน ซึ่งตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร เพราะมองว่าเป็นการเล่นกันตามประสาพี่น้อง แต่เมื่อน้ำแสดงความไม่พอใจ จึงต้องอธิบายให้เข้าใจถึงลักษณะการแสดงความชื่นชมของแฟนคลับ

ปัจจุบันน้ำเผยว่าปรับตัวได้แล้ว และไม่มีปัญหาเรื่องหึงหวงเหมือนช่วงแรก ๆ ส่วนอี๊ดก็ยอมรับว่าเวลามีคนมาขอถ่ายรูป ภรรยามักเดินหนีไปก่อน จนบางครั้งต้องเรียกให้กลับมาช่วยดูแลคิวงานในฐานะผู้จัดการส่วนตัว

อี๊ดยังเผยอีกว่า ได้ให้ภรรยามาช่วยดูแลงานและติดต่อประสานงานต่าง ๆ เพราะอยากให้คนใกล้ชิดได้ทำงานร่วมกัน แม้ในช่วงแรกน้ำจะยังไม่คุ้นเคยกับการเจรจางาน แต่ก็ฝึกฝนและเรียนรู้มาเรื่อย ๆ

วางแผนอนาคตเพื่อลูก อยากให้เติบโตเป็นนักธุรกิจ

เมื่อพูดถึงการวางแผนครอบครัว อี๊ดเผยว่าได้เตรียมความพร้อมในเรื่องความมั่นคงไว้ ทั้งประกันชีวิตและการวางแผนต่อยอดธุรกิจ เพื่อให้ภรรยาและลูกมีหลักประกันในอนาคต แม้เรื่องพินัยกรรมจะยังไม่ได้เขียนก็ตาม

ส่วนเรื่องการศึกษา ทั้งคู่ให้ความสำคัญกับภาษา โดยน้องนาวาเรียนในโรงเรียนกึ่งนานาชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษอยู่แล้ว และยังมีการเรียนภาษาเพิ่มเติมที่บ้าน ขณะที่ภาษาจีนก็เป็นอีกภาษาที่วางแผนให้เรียนในอนาคต

สำหรับความฝันของคุณพ่อ อี๊ดอยากให้ลูกเติบโตไปเป็นนักธุรกิจ แต่ก็เปิดโอกาสให้ลูกได้เลือกเส้นทางของตัวเอง ขณะที่น้องนาวาเผยความฝันอย่างชัดเจนว่าอยากเป็นนักฟุตบอล เล่นตำแหน่งกองหน้า เพราะมั่นใจว่าตัวเองเตะบอลเก่งและวิ่งเร็ว พร้อมบอกว่าชอบทีมชาติสเปน

ปิดท้ายเรื่องทายาทคนที่สอง คุณพ่ออยากมีเพิ่ม แต่คุณแม่ขอพอ

ช่วงท้ายรายการ เมื่อถูกถามถึงเรื่องการมีลูกคนที่สอง อี๊ดเผยว่าส่วนตัวอยากมีลูกเพิ่ม แต่ด้านน้ำบอกว่าตอนนี้อายุ 40 กว่าปีแล้ว และรู้สึกว่าเหนื่อย จึงคิดว่ามีลูกเพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้ว

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบทสัมภาษณ์ที่เผยให้เห็นมุมชีวิตครอบครัวของอี๊ด โปงลางสะออน ทั้งเรื่องความรัก ความเข้าใจ การเลี้ยงลูก และการวางแผนอนาคต หลังจับมือใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมายาวนานถึง 14 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ