เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ NBC news รายงานว่า วงการภาพยนตร์ต้องสูญเสียนักแสดงมากฝีมืออีกหนึ่งคน เมื่อ ไมเคิล เบิร์น (Michael Byrne) นักแสดงชาวอังกฤษ ผู้เป็นที่จดจำจากบทบาทในภาพยนตร์ "Harry Potter and the Deathly Hallows: Part 1" และ "Indiana Jones and the Last Crusade" เสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา ด้วยวัย 82 ปี
ตัวแทนของไมเคิล เบิร์น ออกแถลงการณ์แสดงความอาลัย ระบุว่า
"เรารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ต้องแจ้งข่าวการจากไปของไมเคิล เบิร์น เขาจะเป็นที่จดจำในฐานะนักแสดงผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ ความอบอุ่น และอารมณ์ขัน ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้คนมากมาย"
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิต โดยสื่อ The Guardian เป็นสำนักข่าวแรกที่รายงานข่าวการจากไปของเขา
ไมเคิล เบิร์น มีเส้นทางในวงการบันเทิงยาวนานกว่า 7 ทศวรรษ เริ่มต้นงานแสดงตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 และยังคงมีผลงานต่อเนื่อง โดยผลงานล่าสุดออกฉายในปี 2023 ตามข้อมูลจาก IMDb
นอกจากบทบาทใน Harry Potter และ Indiana Jones แล้ว เขายังร่วมแสดงในภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง "Braveheart" ของ เมล กิบสัน โดยรับบทเป็นทหารผู้โหดเหี้ยมชื่อ สมายธ์ (Smythe)
ช่วงเริ่มต้นอาชีพ เขาแจ้งเกิดจากละครโทรทัศน์หลายเรื่อง อาทิ No Hiding Place, Silent Playground และ ITV Saturday Night Theatre ก่อนก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ในปี 1963 กับเรื่อง The Scarlet Blade ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น The Crimson Blade สำหรับการเข้าฉายในสหรัฐอเมริกา
ก่อนประสบความสำเร็จบนจอเงิน เบิร์นยังเป็นนักแสดงละครเวทีของคณะ National Theatre Company ภายใต้การนำของ ลอเรนซ์ โอลิวิเยร์ โดยมีผลงานในละครชื่อดังหลายเรื่อง เช่น Romeo and Juliet, The Cherry Orchard, Much Ado About Nothing, Death and the Maiden, The Double Dealer และ The Seagull
สำหรับแฟนภาพยนตร์ Harry Potter ไมเคิล เบิร์น รับบทเป็น เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ (Gellert Grindelwald) ในช่วงวัยชรา หนึ่งในพ่อมดศาสตร์มืดผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกเวทมนตร์
ตลอดเส้นทางการแสดงกว่า 70 ปี เขาสั่งสมผลงานทั้งภาพยนตร์ โทรทัศน์ และละครเวที รวมแล้วมากกว่า 170 เรื่อง ทิ้งไว้เป็นมรดกอันทรงคุณค่าให้กับวงการบันเทิงโลก.