วันที่ 23 ตุลาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยความสำเร็จในการผลักดันความร่วมมือด้านเงินทุนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือกรมลดโลกร้อน ได้รับเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าจากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี รวม 15 ล้านยูโร หรือประมาณ 570 ล้านบาท ผ่าน 2 โครงการสำคัญ เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050 ควบคู่กับการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้ธรรมชาติเป็นฐานในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน
นายสุชาติกล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือและแสวงหาแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศ เพื่อนำเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมไปสู่การปฏิบัติจริง ทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการเสริมสร้างความพร้อมให้ชุมชนสามารถรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทุกโครงการต้องให้ความสำคัญกับประโยชน์ของประชาชนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
“เราต้องทำให้ความร่วมมือระหว่างประเทศเกิดผลเป็นรูปธรรม ใช้เงินสนับสนุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการลดโลกร้อน การฟื้นฟูธรรมชาติ และการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ เพื่อให้คนอยู่ได้ ชุมชนอยู่ได้ และธรรมชาติอยู่รอด”
สำหรับเงินสนับสนุนดังกล่าวมาจากกองทุน International Climate Initiative (IKI) ภายใต้กระทรวงสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (BMUKN) ของเยอรมนี ครอบคลุม 2 โครงการสำคัญ ได้แก่
1. โครงการ ENNaCT ได้รับเงินสนับสนุน 10 ล้านยูโร หรือประมาณ 380 ล้านบาท ดำเนินงานเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเข้ากับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมพัฒนากลไกงบประมาณสีเขียวและนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อเพิ่มการสนับสนุนงานด้านสภาพภูมิอากาศ รวมถึงส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนในภาคเกษตรกรรม
2. โครงการ ANCHOR เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและฟิลิปปินส์ ได้รับเงินสนับสนุนรวม 10 ล้านยูโร โดยประเทศไทยได้รับส่วนแบ่ง 5 ล้านยูโร หรือประมาณ 190 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินงาน 7 ปี มุ่งจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเขตเมืองชายฝั่ง โดยเน้นพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และบริเวณอ่าวไทย ด้วยการนำธรรมชาติและระบบนิเวศมาใช้เป็นแนวทางป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติ ควบคู่กับการพัฒนากลไกทางการเงินเพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องในระยะยาว
ด้าน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า จะประสานการดำเนินงานของทั้ง 2 โครงการให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงระดับพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรและการใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างชัดเจน
ขณะที่ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เงินสนับสนุนจากต่างประเทศครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพของประเทศไทยในการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการปรับตัวเพื่อรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นายสุชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กรมลดโลกร้อนสามารถผลักดันการได้รับเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าจากแหล่งทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้รวมกว่า 670 ล้านบาท โดยเงินทุนดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ