ชื่อของ “เสี่ยเล้ง มังกรอีสาน” หรือ นายเจริญ พัฒน์ดำรงจิตร ถือเป็นหนึ่งในนักธุรกิจรุ่นบุกเบิกของจังหวัดขอนแก่น ผู้เริ่มต้นสร้างธุรกิจจากการค้าผลผลิตทางการเกษตร ก่อนขยายอาณาจักรสู่ธุรกิจโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และกิจการอีกหลายประเภท ควบคู่กับบทบาทในแวดวงการเมืองท้องถิ่นที่มีมาอย่างยาวนาน
ล่าสุด นายเจริญถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 สิริอายุ 94 ปี โดยมีรายงานว่าเสียชีวิตด้วยโรคชรา ณ บ้านพักบนถนนศรีจันทร์ ใกล้วัดศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ครอบครัวกำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ณ วัดศรีจันทร์ พระอารามหลวง และประกอบพิธีฌาปนกิจในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ การจากไปของนักธุรกิจอาวุโสรายนี้ ทำให้เส้นทางการสร้างธุรกิจและบทบาทที่มีต่อจังหวัดขอนแก่นกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง จากค้าพืชไร่ สู่การขยายอาณาจักรธุรกิจ
จุดเริ่มต้นทางธุรกิจของเสี่ยเล้งมาจากการค้าพืชไร่ โดยก่อตั้ง ห้างหุ้นส่วนจำกัดขอนแก่นพืชผล เพื่อรับซื้อข้าวโพดและผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรในจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนขยายสู่ธุรกิจมันสำปะหลัง ด้วยแนวทางนำพันธุ์มันสำปะหลังไปแจกจ่ายให้เกษตรกรเพาะปลูก แล้วรับซื้อผลผลิตกลับเข้าสู่โรงงาน
จากธุรกิจการเกษตรในระยะแรก กิจการได้ขยายไปสู่การส่งออกพืชไร่ คลังสินค้า สัมปทานป่าไม้ และอสังหาริมทรัพย์ จนชื่อของนายเจริญเป็นที่รู้จักในแวดวงนักธุรกิจภาคอีสาน และกลายเป็นรากฐานสำคัญของกิจการที่ครอบครัวเข้ามาสานต่อในเวลาต่อมา ผู้ก่อตั้งโรงแรมเจริญธานี แลนด์มาร์กสำคัญของขอนแก่น
อีกหนึ่งธุรกิจที่ผูกพันกับชื่อของเสี่ยเล้งคือ โรงแรมเจริญธานีปริ๊นเซส บนถนนศรีจันทร์ ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อโรงแรมเจริญธานี ขอนแก่น โดยเปิดให้บริการมาเป็นเวลาหลายสิบปี และเป็นสถานที่รองรับการประชุม ตลอดจนงานสำคัญต่าง ๆ ของจังหวัด
นอกจากธุรกิจโรงแรมแล้ว ข้อมูลจากวิทยานิพนธ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2549 เรื่อง “กลุ่มผลประโยชน์กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: กรณีศึกษา 4 เทศบาลนครในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ยังกล่าวถึงกิจการในเครือครอบครัวหลายประเภท อาทิ บริษัทขอนแก่นเจริญทาวเวอร์ ซึ่งดำเนินธุรกิจตลาดสด อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม และโรงแรม รวมถึงกิจการส่งออกสินค้าเกษตรและค้าส่งสินค้าอื่น ๆ ลงทุนสวนป่าหลายพันไร่ พร้อมบทบาทในวงการกีฬา
นอกเหนือจากธุรกิจการเกษตรและอสังหาริมทรัพย์ เสี่ยเล้งยังมีบทบาทในวงการกีฬาท้องถิ่น โดยเคยเป็นเจ้าของสนามม้า สนามมวย และคอกม้าแข่งในจังหวัดขอนแก่น รวมถึงดำรงตำแหน่งนายกสมาคมแข่งม้าและนายกสมาคมมวย สะท้อนให้เห็นถึงเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ครอบคลุมหลายแวดวง
ขณะเดียวกัน นายเจริญยังเคยลงทุนทำสวนป่ายูคาลิปตัส ต้นสน และไผ่ตง บนพื้นที่ประมาณ 4,000 ไร่ ด้วยเงินลงทุนราว 50 ล้านบาท ตลอดจนทำธุรกิจสัมปทานป่าไม้ในเมียนมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการลงทุนดังกล่าวเป็นข้อมูลในอดีต ไม่ใช่การประเมินมูลค่าทรัพย์สินในปัจจุบัน สายสัมพันธ์การเมือง จากระดับท้องถิ่นสู่ระดับชาติ
เส้นทางของเสี่ยเล้งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแวดวงธุรกิจ แต่ยังมีความเชื่อมโยงกับการเมืองทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ โดยข้อมูลจากมติชนสุดสัปดาห์ระบุว่า นายเจริญเคยสนับสนุนนักการเมืองสังกัดพรรคกิจสังคม และมีความสัมพันธ์กับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้ก่อตั้งพรรคกิจสังคม
ต่อมา ครอบครัวยังมีบทบาทสนับสนุนเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะ กลุ่มรักพัฒนานครขอนแก่น ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2538 และมีสมาชิกจากครอบครัวนักธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการเมืองระดับเทศบาล
หนึ่งในบุคคลที่เป็นที่รู้จักคือ นายจักริน พัฒน์ดำรงจิตร หรือ “เสี่ยเต๋า” บุตรชายของนายเจริญ ซึ่งเริ่มต้นเส้นทางการเมืองกับกลุ่มรักพัฒนานครขอนแก่นในการเลือกตั้งท้องถิ่นปี 2538 ก่อนลงสมัครและได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต 1 ในนามพรรคไทยรักไทย เมื่อปี 2544 และมีบทบาทในสภาผู้แทนราษฎรต่อมาอีกหลายสมัย ครอบครัวพัฒน์ดำรงจิตร ผู้สานต่อธุรกิจรุ่นต่อมา
ข้อมูลจากวิทยานิพนธ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยระบุว่า นายเจริญสมรสกับ นางสมจิตร พัฒน์ดำรงจิตร และมีบุตรด้วยกัน 5 คน โดยสมาชิกในครอบครัวหลายคนประกอบธุรกิจส่วนตัวและมีส่วนร่วมดูแลกิจการในเครือ
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ชื่อของเสี่ยเล้ง มังกรอีสาน จึงไม่ได้เป็นที่จดจำเฉพาะในฐานะนักธุรกิจผู้บุกเบิกกิจการจากภาคเกษตรกรรมสู่ธุรกิจหลากหลายประเภทเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับโรงแรมสำคัญของจังหวัด วงการกีฬาท้องถิ่น และเครือข่ายการเมืองที่มีบทบาทต่อเมืองขอนแก่นมาอย่างต่อเนื่อง
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ