สำนักงานประกันสังคม ประกาศเตรียมปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนครั้งใหม่ โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป การปรับเปลี่ยนครั้งนี้คาดว่าจะสามารถช่วยบรรเทาภาระให้กับสถานประกอบการจำนวน 344,521 แห่ง หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 75 ของนายจ้างทั้งหมดทั่วประเทศ ซึ่งช่วยลดต้นทุนรวมได้ราว 1,700 ล้านบาทต่อปี โดยที่ลูกจ้างยังคงได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามกฎหมายทุกประการ
การปรับลดอัตราเงินสมทบดังกล่าว เป็นไปตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ประเภท ขนาดของกิจการ ท้องที่ที่ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบ อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ (ฉบับที่ 2) ซึ่งได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้มีความเหมาะสมกับสถิติความเสี่ยงของแต่ละประเภทกิจการในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น
น.ส.จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยในต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องเผชิญกับภาวะความท้าทายทางเศรษฐกิจ จึงเห็นชอบให้มีการปรับปรุงอัตราเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนเพื่อช่วยลดต้นทุนให้แก่ภาคธุรกิจ
สำหรับ กองทุนเงินทดแทน ถือเป็นกองทุนที่นายจ้างมีหน้าที่จ่ายเงินสมทบเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่มีการหักจากเงินเดือนของลูกจ้าง มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองและจ่ายเงินทดแทนแก่ลูกจ้างที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ หรือเสียชีวิตเนื่องจากการทำงาน
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้ได้ลดอัตราเงินสมทบหลักให้สอดคล้องกับความเสี่ยงจริง จำนวน 452 รหัสกิจการ จากทั้งหมด 1,091 รหัสกิจการ พร้อมทั้งปรับปรุงการคำนวณอัตราค่าประสบการณ์ โดยเพิ่มส่วนลดสูงสุดจากเดิมร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 70 เพื่อสร้างแรงจูงใจให้สถานประกอบการเร่งปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีนายจ้างรายใดต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้น และสิทธิประโยชน์ของฝั่งลูกจ้างจะยังคงได้รับการดูแลอย่างรอบด้านสืบไป
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ