คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ออกประกาศฉบับที่ 163 พ.ศ. 2569 เรื่อง การกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย อัตราเงินคืนจากกองทุน และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2569 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ประกาศดังกล่าวยกเลิกประกาศฉบับที่ 162 พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 พร้อมกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและเงินชดเชยสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตในประเทศและนำเข้าเพื่อใช้ภายในประเทศ ดังนี้
กลุ่มที่ได้รับเงินชดเชยจากกองทุน ได้แก่
- น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 4.84 บาท
- น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 7.85 บาท
- น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 2.52 บาท
- น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ลิตรละ 2 บาท
- น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ลิตรละ 6.25 บาท
ส่วนกลุ่มที่ส่งเงินเข้ากองทุน ได้แก่
- น้ำมันเบนซิน ลิตรละ 1.72 บาท
- น้ำมันก๊าด ลิตรละ 0.10 บาท
- น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาพรีเมียม ลิตรละ 1.50 บาท
- น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาที่ได้รับความเห็นชอบให้มีสัดส่วนผสมไบโอดีเซลต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ลิตรละ 1 บาท
- น้ำมันดีเซลหมุนช้า ลิตรละ 1.20 บาท
- น้ำมันเตา ลิตรละ 0.06 บาท
นอกจากนี้ ยังกำหนดอัตราเงินคืนจากกองทุนและอัตราเงินชดเชยคืนกองทุน สำหรับน้ำมันที่เคยส่งเงินเข้ากองทุนหรือได้รับเงินชดเชย แล้วมีเหตุได้รับยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน โดยใช้อัตราตามประเภทน้ำมันดังกล่าว
ทั้งนี้ ประกาศระบุว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569 - 2572 เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม กรณีราคาปรับขึ้นอย่างรวดเร็วหรือผันผวนจนกระทบการดำรงชีพของประชาชน รวมถึงกรณีน้ำมันมีแนวโน้มไม่เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ
ประกาศลงนามโดยนางไพลิน ฟุ้งเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักการเงินและบัญชี รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง




เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ