เว็บไซต์ กรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่า กระทรวงการคลังเตรียมผลักดันมาตรการสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ หวังช่วยประชาชนลดค่าไฟและลดการพึ่งพาพลังงานก๊าซธรรมชาติ โดยเสนอแนวทางให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย พร้อมเปิดทางให้ประชาชนผ่อนชำระค่าระบบผ่านค่าไฟ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนติดตั้งในช่วงแรก
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเตรียมผลักดันมาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานด้วยการติดตั้ง Solar Rooftop โดยมีแผนเสนอมาตรการเข้าสู่สภาฯ ในเร็ว ๆ นี้
เบื้องต้น แนวทางดังกล่าวมุ่งเน้นการช่วยลดต้นทุนให้กับครัวเรือนที่ต้องการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึง Solar Rooftop ได้ง่ายขึ้น
สำหรับระบบ Solar Rooftop ขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายราว 150,000 บาท แนวทางที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคือ รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาท ขณะที่ส่วนที่เหลือราว 100,000 บาท สามารถใช้สินเชื่อจากสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ
เบื้องต้นมีการระบุถึง ธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการเข้ามาสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของมาตรการคือการใช้รูปแบบ “ผ่อนผ่านค่าไฟ” เพื่อช่วยลดภาระการจ่ายเงินก้อนสำหรับประชาชน โดยนำเงินที่ประหยัดได้จากการผลิตไฟฟ้าใช้เองมาช่วยชำระค่างวดสินเชื่อ
ยกตัวอย่าง หากลดค่าไฟได้เดือนละ 2,000 บาท หากครัวเรือนติดตั้ง Solar Rooftop แล้วสามารถลดค่าไฟได้ประมาณ 2,000 บาทต่อเดือน และกำหนดค่างวดสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน เงินส่วนหนึ่งจากค่าไฟที่ลดลงจะถูกนำมาใช้ชำระค่างวด
ในตัวอย่างดังกล่าว ครัวเรือนจะยังเหลือเงินประหยัดประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน ขณะที่เมื่อชำระสินเชื่อครบแล้ว เงินที่เคยนำไปจ่ายค่างวดก็จะกลายเป็นเงินประหยัดค่าไฟของครัวเรือนเต็มจำนวน
ทั้งนี้ ระยะเวลาคืนทุนและจำนวนเงินที่ประหยัดได้จริงจะขึ้นอยู่กับขนาดระบบ พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า ค่าอุปกรณ์ ต้นทุนติดตั้ง และเงื่อนไขสินเชื่อของแต่ละโครงการ
ด้านการคัดเลือกผู้รับเหมาติดตั้ง มีแนวทางให้ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้ามามีบทบาทในการกำหนดคุณสมบัติและคัดกรองผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ
ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะมีบทบาทสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในด้านการผลิตและติดตั้งอุปกรณ์ Solar Rooftop เพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันและช่วยควบคุมต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายรองรับครัวเรือนทั่วประเทศประมาณ 500,000–1,000,000 ครัวเรือน เพื่อเพิ่มการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน และลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญของการผลิตไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การรับสิทธิ จำนวนเงินสนับสนุน เงื่อนไขสินเชื่อ และรูปแบบการผ่อนชำระ ยังต้องรอความชัดเจนจากภาครัฐและกระบวนการพิจารณาที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการ
