วันที่ 24 เมษายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือภาคขนส่งทั่วประเทศ หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น กระทบต้นทุนธุรกิจและค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง
โดยรัฐบาลอนุมัติงบประมาณกว่า 2,060 ล้านบาท เพื่อเยียวยาผู้ประกอบการขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง หวังลดภาระต้นทุน และพยุงกิจการให้สามารถดำเนินต่อไปได้ในช่วงวิกฤต พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพของระบบขนส่ง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันยังติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมมาตรการเพิ่มเติมหากวิกฤตยืดเยื้อ
สำหรับรายละเอียดการช่วยเหลือ แบ่งตามประเภทดังนี้
กลุ่มรถบรรทุกสินค้า
- รถ 10 ล้อขึ้นไป รับเงินเหมาจ่าย 6,000 บาท ต้องวิ่งไม่น้อยกว่า 4,000 กม. ตลอด 42 วัน
- รถน้อยกว่า 10 ล้อ รับเงินเหมาจ่าย 3,000 บาท ต้องวิ่งไม่น้อยกว่า 2,500 กม. ตลอด 42 วัน
กลุ่มรถโดยสารสาธารณะ
- รถมินิบัส/รถตู้ หมวด 1, 4 รับเหมาจ่าย 5,040 บาท ต้องวิ่งไม่น้อยกว่า 2,500 กม. ตลอด 42 วัน
- รถทัวร์/รถบัสไม่ประจำทาง รับเหมาจ่าย 5,000 บาท ต้องวิ่งไม่น้อยกว่า 1,500 กม. ตลอด 42 วัน
- มินิบัส/รถตู้โดยสารไม่ประจำทาง รับเหมาจ่าย 3,600 บาท ต้องวิ่งไม่น้อยกว่า 15,600 กม. ตลอด 42 วัน
- รถเมล์วิ่งข้ามจังหวัด หมวด 2, 3 จ่ายตามระยะทางจริง 2 บาทต่อกิโลเมตร สูงสุด 500-700 บาทต่อวัน
กลุ่มรถรับจ้างขนาดเล็ก
- รถแท็กซี่ รับเงินเหมาจ่าย 5,040 บาท ต้องวิ่งไม่น้อยกว่า 2,500 กม. ตลอด 42 วัน
- รถจักรยานยนต์สาธารณะ หรือวินมอเตอร์ไซค์ รับเงินเหมาจ่าย 840 บาท ไม่ต้องใช้ระบบ GPS
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ tss.dlt.go.th ได้จนถึงวันนี้ 24 เมษายน 2569 เวลา 16.30 น. เท่านั้น หรือสามารถยื่นเรื่องได้ที่อาคาร 3 ชั้น 1 กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งทุกจังหวัดทั่วประเทศ
โดยผู้ขอรับสิทธิ์ต้องผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนสำหรับบุคคลธรรมดา หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีสำหรับนิติบุคคล เพื่อรับเงินโอนเข้าบัญชีโดยตรง
คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์
- จดทะเบียนประกอบการกับกรมการขนส่งทางบก
- ใบอนุญาตประกอบการยังไม่หมดอายุและไม่ถูกเพิกถอน
- เป็นรถโดยสารหมวด 1-4 ทั้งประจำทางและไม่ประจำทาง รถบรรทุก แท็กซี่ หรือรถจักรยานยนต์สาธารณะ
- ใช้ระบบ GPS ของกรมขนส่ง หรือแอป DLT GPS-NOTICE ตลอดระยะเวลามาตรการ
- ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถถูกต้องตามประเภทรถ
ไม่ได้รับสิทธิ์
- ใบอนุญาตประกอบการหมดอายุหรือถูกเพิกถอน
- รถถูกระงับสิทธิ์ในระบบกรมการขนส่งทางบก
- GPS ส่งข้อมูลไม่ครบหรือผิดพลาดตลอด 42 วัน
- ผู้ขับรถไม่มีใบอนุญาต หรือใบอนุญาตหมดอายุ