เปิดจำนวนเงินที่ได้รับ เงินบำนาญพิเศษ จ่ายทุกเดือน 4 กลุ่ม
ข่าวเศรษฐกิจ

เปิดจำนวนเงินที่ได้รับ เงินบำนาญพิเศษ จ่ายทุกเดือน 4 กลุ่ม

กรมบัญชีกลางได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับเงินบำนาญพิเศษรายเดือน สำหรับบุคคล 4 กลุ่ม ที่ปฏิบัติงานให้ราชการและประสบอันตราย ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยสิทธิประโยชน์นี้จะมอบให้ตลอดชีพตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อเป็นหลักประกันและช่วยเหลือผู้เสียสละ

บุคคลทั้ง 4 กลุ่มที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญพิเศษ ได้แก่ ข้าราชการ ผู้ที่ได้รับอันตรายจนพิการทุพพลภาพจากการปฏิบัติราชการหรือเสียชีวิต, พลทหารกองประจำการ ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่, บุคคลที่ทำหน้าที่ทหาร ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด และ อาสารักษาดินแดน (อส.) อาสาสมัครที่ได้รับอันตรายจากการปฏิบัติหน้าที่

การได้รับเงินบำนาญพิเศษจะพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยมีเงื่อนไขสำคัญแบ่งเป็น 2 กรณีหลัก ได้แก่

1. กรณีทุพพลภาพ: หากได้รับอันตรายจนไม่สามารถรับราชการต่อไปได้ จะได้รับเงินบำนาญพิเศษตลอดชีวิต โดยอัตราต่ำสุดปัจจุบันอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน ผู้ที่จะได้รับต้องเป็นผู้ที่แพทย์ทางราชการรับรองว่า "ทุพพลภาพ" จนไม่สามารถรับราชการได้

2. กรณีเสียชีวิต: หากเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ทายาทจะเป็นผู้ได้รับสิทธินี้แทน ซึ่งได้แก่ บุตร คู่สมรส หรือบิดามารดา เว้นแต่การได้รับอันตราย การเจ็บป่วย หรือการประทุษร้ายนั้นเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือจากความผิดของตนเอง

สำหรับทายาทที่มีสิทธิได้รับบำนาญพิเศษในกรณีเสียชีวิต มีรายละเอียดดังนี้

บุตร: หากอายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่บิดาหรือมารดาถึงแก่ความตาย จะได้รับจนอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่ยังศึกษาอยู่ในระดับชั้นเตรียมอุดมศึกษา ชั้นอุดมศึกษา หรือชั้นการศึกษาที่ทางการรับรองให้เทียบเท่า ก็ให้ได้รับต่อไปตลอดเวลาที่ยังทำการศึกษาต่อ แต่ไม่เกินอายุ 25 ปีบริบูรณ์

คู่สมรส: ได้รับตลอดชีวิต เว้นแต่มีการสมรสใหม่

บิดา มารดา: ได้รับตลอดชีวิต

ในกรณีที่ไม่มีทายาทตามที่กล่าวมาข้างต้น จะจ่ายให้แก่ "ผู้อุปการะ" หรือผู้ที่อยู่ในความอุปการะของผู้เสียชีวิต หากอายุยังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ จะได้รับอย่างบุตร ส่วนกรณีอื่นให้ได้รับเพียง 10 ปี ตามส่วนที่เจ้ากระทรวงกำหนด

อัตราการได้รับเงินบำนาญพิเศษจะคำนวณจาก 40 ใน 50 ส่วนของเงินเดือนเดือนสุดท้ายของผู้เสียชีวิต หรือผู้ที่ทุพพลภาพ (รวมเงินเพิ่ม ถ้ามี) โดยมีอัตราส่วนการได้รับดังนี้ บุตรได้รับ 2 ส่วน (กรณีมีบุตร 3 คนขึ้นไปได้รับ 3 ส่วน), คู่สมรสได้รับ 1 ส่วน และ บิดามารดาได้รับ 1 ส่วน

ยกตัวอย่างการคำนวณ: หากเงินเดือนเดือนสุดท้ายของผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 30,000 บาท

ดังนั้น 40 ใน 50 ส่วน จะเท่ากับ 30,000 บาท X (40/50) = 24,000 บาท

ในกรณีที่มีบุตร 3 คน อายุยังไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ จะได้รับ 3 ส่วน, คู่สมรสได้รับ 1 ส่วน และบิดามารดาได้รับ 1 ส่วน รวมเป็น 5 ส่วน

เงินที่ได้รับต่อส่วน จะเท่ากับ 24,000 บาท / 5 ส่วน = 4,800 บาทต่อส่วน

สรุปการได้รับเงินบำนาญพิเศษในตัวอย่างนี้:

บุตรทั้ง 3 คน จะได้รับคนละ 4,800 บาทต่อเดือน

คู่สมรส จะได้รับ 4,800 บาทต่อเดือน

บิดามารดา จะได้รับ (1 ส่วน 4,800 บาท) คนละ 2,400 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้ ผู้มีสิทธิยังจะได้รับเงินช่วยเหลือค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ช.ค.บ.) ตามพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ.2521 ฉบับที่ 17 ซึ่งกำหนดไว้ว่า หากได้รับเบี้ยหวัด หรือบำนาญรวมกันทุกประเภทพร้อม ช.ค.บ. ต่ำกว่าเดือนละ 11,000 บาท จะได้รับ ช.ค.บ. เพิ่มตามจำนวนส่วนต่าง เพื่อให้รวมเป็นเงินที่ได้รับคนละ 11,000 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ เงินบำนาญพิเศษเป็นสิทธิเฉพาะบุคคล จะไม่สามารถโอนหรือตกทอดแก่ทายาทคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้มีสิทธิที่ระบุไว้ข้างต้นได้ และเมื่อผู้มีสิทธิเสียชีวิตหรือหมดสิทธิ สิทธิที่จะได้รับถือเป็นอันยุติลง