เปิด 4 กลุ่ม ได้รับ เงินบำนาญพิเศษ รายเดือน ตลอดชีวิต
ข่าวเศรษฐกิจ

เปิด 4 กลุ่ม ได้รับ เงินบำนาญพิเศษ รายเดือน ตลอดชีวิต

วันที่ 23 เมษายน 2569 มีรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กทางการ กรมบัญชีกลาง ได้ออกมาเผยแพร่ข้อมูลชี้แจงเกี่ยวกับ เงินบำนาญพิเศษ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน โดยระบุว่าเป็นสิทธิประโยชน์ที่รัฐจ่ายเป็นรายเดือนให้แก่บุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือการปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศ

สำหรับ เงินบำนาญพิเศษ เป็นเงินที่รัฐจัดสรรให้แก่บุคคล 4 กลุ่ม ได้แก่

1. ข้าราชการ

2. พลทหารกองประจำการ

3. บุคคลที่ทำหน้าที่ทหารตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

4. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก กรมบัญชีกลาง

ทั้งนี้ การได้รับสิทธิจะต้องเป็นกรณีที่ได้รับอันตรายจนถึงขั้นพิการหรือทุพพลภาพจนไม่สามารถรับราชการต่อไปได้ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยต้องไม่เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือความผิดของตนเอง

กรมบัญชีกลางระบุว่า เงินบำนาญพิเศษแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก ได้แก่

1. กรณีทุพพลภาพ โดยในกรณีทุพพลภาพ จะจ่ายให้แก่ผู้ที่ได้รับอันตรายจนสูญเสียอวัยวะสำคัญ หรือมีภาวะทุพพลภาพตามความเห็นของแพทย์ที่ทางราชการรับรอง ซึ่งจะได้รับเงินบำนาญพิเศษไม่น้อยกว่า 15,000 บาทต่อเดือน

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก กรมบัญชีกลาง

2. กรณีเสียชีวิต สิทธิในการรับเงินบำนาญพิเศษจะตกแก่ทายาท ได้แก่ บุตร คู่สมรส และบิดามารดา โดยบุตรจะได้รับจนถึงอายุ 20 ปี หรือไม่เกิน 25 ปี หากยังศึกษาอยู่ ขณะที่คู่สมรสและบิดามารดาจะได้รับตลอดชีวิต ทั้งนี้ หากไม่มีทายาทดังกล่าว เงินจะจ่ายให้แก่ผู้อุปการะหรือผู้ที่อยู่ในความอุปการะของผู้เสียชีวิตตามเงื่อนไขที่กำหนด

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก กรมบัญชีกลาง

โดยอัตราการจ่ายเงินในกรณีเสียชีวิตจะคำนวณจาก 40 ใน 50 ส่วนของเงินเดือนเดือนสุดท้ายรวมกับเงินเพิ่ม (ถ้ามี) แล้วนำมาแบ่งตามสัดส่วนผู้มีสิทธิ เช่น บุตร คู่สมรส และบิดามารดา โดยยกตัวอย่าง หากเงินเดือนเดือนสุดท้ายอยู่ที่ 30,000 บาท จะคิดเป็นเงินบำนาญรวม 24,000 บาทต่อเดือน ก่อนนำไปจัดสรรตามสัดส่วนที่กำหนด

นอกจากนี้ ผู้มีสิทธิยังสามารถได้รับเงินช่วยเหลือค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ ตามพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้อง หากเมื่อรวมรายได้แล้วต่ำกว่า 11,000 บาทต่อเดือน รัฐจะจ่ายเงินเพิ่มให้ครบตามเกณฑ์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม กรมบัญชีกลางย้ำว่า เงินบำนาญพิเศษเป็นสิทธิเฉพาะบุคคล ไม่สามารถโอนหรือถ่ายโอนไปยังผู้อื่นได้ และจะสิ้นสุดลงเมื่อผู้มีสิทธิถึงแก่ความตายหรือหมดคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย