วันที่ 22 เมษายน 2569 สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ออกประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ฉบับที่ 50 พ.ศ.2569 เรื่อง การกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย อัตราเงินคืนจากกองทุน และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อควบคุมราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับเหมาะสม บรรเทาผลกระทบประชาชน และรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ
ประกาศดังกล่าวอ้างอิงกรอบนโยบายจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 โดยระบุแนวทางสำคัญ เช่น การดูแลราคาขายปลีกไม่ให้เกินระดับเหมาะสม โดยเฉพาะกรณีราคาน้ำมันปรับสูงเกิน 30 บาทต่อลิตร การใช้มาตรการระยะสั้นเพื่อบรรเทาค่าครองชีพ ควบคู่กับการคงกลไกตลาดเสรี และหลีกเลี่ยงการอุดหนุนข้ามกลุ่ม

สาระสำคัญของประกาศ มีดังนี้
ข้อ 1 ยกเลิกประกาศฉบับที่ 49 พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 20 เมษายน 2569
ข้อ 2 กำหนดความหมายของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา และดีเซลพรีเมียม โดยครอบคลุมชื่อทางการค้า ได้แก่
- คาลเท็กซ์ พาวเวอร์ ดีเซล +เทครอน ดี (Caltex Power Diesel +Techron D)
- ไฮ พรีเมียมดีเซล S
- เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล (Shell V-Power Diesel)
- Super Power Diesel (ซูเปอร์พาวเวอร์ ดีเซล)
- ไฮ พรีเมียมดีเซล+พลัส
ข้อ 3 กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและอัตราเงินชดเชย สำหรับน้ำมันที่ผลิตในประเทศ

ข้อ 4 กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและอัตราเงินชดเชย สำหรับน้ำมันนำเข้า
ข้อ 5 กำหนดอัตราเงินคืนจากกองทุน และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุน ในกรณีได้รับยกเว้นหรือส่งออก โดยหากตรวจสอบอัตราไม่ได้ ให้ใช้อัตราที่กำหนดไว้

ข้อ 6 ระบุคุณลักษณะน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด รวมถึงเงื่อนไขของดีเซล B20 และดีเซลที่มีสัดส่วนไบโอดีเซลต่ำกว่าเกณฑ์
ข้อ 7 น้ำมันเบนซินตามข้อ 3-5 ไม่รวมถึงน้ำมันที่นำไปผลิตแก๊สโซฮอล
ข้อ 8 น้ำมันดีเซลตามข้อ 3-5 ไม่รวมถึงน้ำมันพื้นฐานที่ใช้ผสมไบโอดีเซล
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรับมือความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ลดภาระค่าครองชีพประชาชน และเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะสั้น ควบคู่กับการรักษากลไกตลาดในระยะยาว
