เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตน้ำมัน ที่กำลังส่งผลกระทบเเผ่ขยายวงกว้างอยู่ในขณะนี้ ด้านเพจเฟซบุ๊ก ทันโลกกับ Trader KP ได้ออกมาเปิดเผยว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดใน วิกฤตน้ำมัน รอบนี้ คือ ราคาน้ำมันจริง ที่คนไทยต้องซื้อ กำลังแพงขึ้นกว่าราคาน้ำมันที่คนไทยเห็นในข่าว อย่าง Brent หรือ WTI เร็วมาก จนคนไทยกำลังตามต้นทุนราคาน้ำมันไม่ทัน และส่วนต่างนี้กำลังถ่างออกแพงขึ้นเรื่อย ๆ
1) ไทยไม่ได้ซื้อน้ำมันแบบที่เห็นในข่าว ราคาที่เราเห็นในข่าว (Brent / WTI) เป็น ราคาตลาดการเงิน เป็นราคาน้ำมันกระดาษ แต่ไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง อ้างอิงตลาดเอเชีย (เช่น Oman/Dubai) ซึ่งน้ำมันเกรดฝั่งเอเชีย ที่ตอนนี้กำลังแพงกว่าฝั่งตะวันตกเยอะมาก เพราะการปิดช่องแคบฮอร์มุซกระทบน้ำมันที่มาฝั่งเอเชียเป็นหลัก
2) ราคาที่เห็น ยังไม่รวม Premium จริง แม้แต่ราคาน้ำมันที่เราเห็นในฝั่งเอเชียหรือสิงคโปร์ ก็ยังไม่ได้รวมถึงต้นทุนแฝงอย่างค่า Premium ที่ผู้ซื้อน้ำมันจริง ๆ ต้องจ่ายให้ผู้ขาย ซึ่งราคาเหล่านี้ไม่มีการประกาศสาธารณะ และการแย่งกันซื้อน้ำมันในส่วนที่ขาดแคลน กำลังทำให้ค่า Premium นี้พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
3) ทางผู้ขายน้ำมันในตะวันออกกลาง ก็ยังมี กลไกในการควบคุมราคาขายของตัวเอง อีกขั้น เพื่อให้สามารถขายน้ำมันได้ในราคาที่เหมาะสมกับต้นทุนและสถานการณ์ที่แท้จริง ประเทศผู้ผลิตอย่าง Saudi Aramco ก็ยังใช้กลไก OSP (Official Selling Price) มาคุมราคาในการขายอีกขั้น เช่นวันนี้ที่ทางซาอุฯ ได้ปรับขึ้นราคา OSP เมื่อความต้องการซื้อของผู้ซื้อสูงขึ้น ก็ทำให้ราคาที่ไทยต้องจ่ายยิ่งสูงขึ้นไปอีก
4) ราคาน้ำมัน กระดาษ vs ราคา ของจริง กำลังแยกทางกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ราคาน้ำมันดิบ WTI หรือ Brent ที่ซื้อขายกันในกระดาน Electronics นี้กำลัง แยกทางกับราคาน้ำมันดิบที่ซื้อขายกันอย่างชัดเจน (ราคาน้ำมันกระดาษ กำลังถูกกว่าราคาน้ำมันจริงอยู่สูงแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน) ด้วยหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็น
ราคาในกระดานไม่ได้สะท้อนการส่งมอบน้ำมันกันจริงในวันนี้ / ค่า Premium น้ำมันดิบที่พุ่งไม่ได้สะท้อนเข้าในกระดานราคา / ราคา Backwardation น้ำมันดิบที่สูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้ราคาซื้อน้ำมัน Spot ยิ่งแพงกว่าราคา Futures ที่เห็นในกระดาน ทำให้ตอนนี้ คนไทยกำลังมองเห็นต้นทุน ราคาน้ำมันที่เราต้องจ่ายจริง ได้ยากมาก ทางเดียวที่จะรอดวิกฤตนี้ได้ไม่ใช่การพยายามคาดการณ์ราคาในกระดาน แต่ต้องร่วมกันลดการใช้พลังงาน เพื่อลดผลกระทบเศรษฐกิจในประเทศของเรา
เรียบเรียง สยามนิวส์