ประกาศเเล้ว! ปฏิทินจ่ายเงินสงเคราะห์บุตร 2569 สำหรับผู้ประกันตน
ข่าวเศรษฐกิจ

ประกาศเเล้ว! ปฏิทินจ่ายเงินสงเคราะห์บุตร 2569 สำหรับผู้ประกันตน

สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เดินหน้ามาตรการส่งเสริมการมีบุตรและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองทั่วประเทศ ประกาศกำหนดการโอนเงินสงเคราะห์บุตรประจำปี 2569 สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่มีบุตรแรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปีบริบูรณ์ รับเงินโอนเข้าบัญชี 1,000 บาทต่อเดือน เพื่อตอบรับนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาโครงสร้างประชากรที่อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง

โดยเงินสงเคราะห์บุตรจะถูกโอนเข้าบัญชีผ่านระบบพร้อมเพย์และบัญชีธนาคารทุกๆ สิ้นเดือน หากตรงกับวันหยุดราชการหรือวันเสาร์-อาทิตย์ จะทำการโอนล่วงหน้าให้ก่อนวันหยุด ดังนี้

ปฏิทินโอนเงินสงเคราะห์บุตร ประจำปี 2569

เดือนมกราคม : วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569

เดือนกุมภาพันธ์ : วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569

เดือนมีนาคม : วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569

เดือนเมษายน : วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569

เดือนพฤษภาคม : วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569

เดือนมิถุนายน : วันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569

เดือนกรกฎาคม : วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2569

เดือนสิงหาคม : วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2569

เดือนกันยายน : วันพุธที่ 30 กันยายน 2569

เดือนตุลาคม : วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2569

เดือนพฤศจิกายน : วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2569

เดือนธันวาคม : วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม 2569

เงื่อนไขการรับสิทธิสงเคราะห์บุตร ปี 2569

-ต้องเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 หรือ มาตรา 39

-จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน

-รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 1,000 บาทต่อบุตรหนึ่งคน คราวละไม่เกิน 3 คน (มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568)

-ต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย (ยกเว้นบุตรบุญธรรม หรือบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น)

-อายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์

-ข้อยกเว้น: หากผู้ประกันตนทุพพลภาพหรือเสียชีวิต ขณะที่บุตรอายุแรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ จะยังคงมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนต่อไปจนกว่าบุตรจะอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์

สิทธิรับเงินกรณีสงเคราะห์บุตรจะสิ้นสุดลงเมื่อ:

-บุตรมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์

-บุตรเสียชีวิต

-ยกบุตรให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่น

-ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

หลักฐานที่ต้องใช้ยื่นคำขอรับสิทธิ

ผู้ยื่นคำขอต้องเตรียมเอกสาร ดังนี้ (เอกสารสำเนาทุกฉบับต้องรับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมแสดงต้นฉบับ หากเป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องให้ครบถ้วน)

1.แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม (สปส. 2-01)

2.กรณีเคยยื่นใช้สิทธิแล้วและต้องการใช้สิทธิให้บุตรคนเดิม (กรณีกลับเข้าเป็นผู้ประกันตน): ใช้หนังสือขอใช้สิทธิบุตรคนเดิม 1 ฉบับ

3.สำหรับผู้ประกันตนหญิง: สำเนาสูติบัตรบุตร 1 ชุด (กรณีแฝดให้แนบสูติบัตรคู่แฝดด้วย)

4.สำหรับผู้ประกันตนชาย:

-สำเนาทะเบียนสมรส หรือสำเนาทะเบียนหย่าพร้อมบันทึกแนบท้าย หรือสำเนาทะเบียนรับรองบุตร หรือสำเนาคำพิพากษา/คำสั่งศาลให้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย 1 ชุด

-สำเนาสูติบัตรบุตร 1 ชุด (กรณีแฝดให้แนบสูติบัตรคู่แฝดด้วย)

5.กรณีเปลี่ยนชื่อ-สกุล: แนบสำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล 1 ชุด

6.สำหรับผู้ประกันตนต่างชาติ: สำเนาบัตรประกันสังคม และสำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) หรือหนังสือเดินทางชั่วคราว หรือเอกสารรับรองบุคคลที่ทางราชการออกให้ 1 ชุด

7.สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก (ที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอ) 1 ฉบับ โดยรองรับช่องทางดังนี้:

-พร้อมเพย์ที่ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน

-ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

-ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

-ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

-ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

-ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

-ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)

-ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

-ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน)

ขั้นตอนและสถานที่การขอรับประโยชน์ทดแทน

1.กรอกเอกสาร: ผู้ประกันตนกรอกแบบ สปส.2-01 พร้อมลงลายมือชื่อ (กรณีขอรับสิทธิให้บุตร 3 คนในคราวเดียวกัน สามารถใช้แบบคำขอชุดเดียวกันได้เลย)

2.ยื่นเรื่อง: นำส่งเอกสารหลักฐานทั้งหมดด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคม หรือยื่นขอรับทางไปรษณีย์

3.รออนุมัติ: เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบหลักฐาน พิจารณาอนุมัติ และมีหนังสือแจ้งผลให้ทราบ

4.รับเงิน: สำนักงานประกันสังคมจะพิจารณาสั่งจ่ายเป็นรายเดือน โดยโอนเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของผู้ขอรับสิทธิ

สถานที่ยื่นเรื่อง: สามารถยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขาที่ท่านสะดวก (ยกเว้นสำนักงานใหญ่บริเวณกระทรวงสาธารณสุข)