วันที่ 25 มีนาคม 2569 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดทั่วประเทศ เตรียมปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร มีผลในวันพรุ่งนี้ 26 มีนาคม 2569 หลังเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันโลกพุ่งต่อเนื่อง
การปรับราคาครั้งนี้มีสาเหตุหลักจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง จากระดับ 198.20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 พุ่งแตะ 242.91 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลโดยตรงต่อภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งต้องชดเชยราคาสูงถึงวันละประมาณ 2,592 ล้านบาท หรือคิดเป็นราว 80,344 ล้านบาทต่อเดือน
กบน. ระบุว่าการปรับลดการอุดหนุนครั้งนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อรักษาสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้สามารถดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานในระยะยาว และรองรับความผันผวนของตลาดน้ำมันโลกที่ยังมีแนวโน้มไม่แน่นอน
นอกจากปัจจัยด้านต้นทุนแล้ว การปรับขึ้นราคายังมีเป้าหมายสร้างสมดุลราคาน้ำมันในภูมิภาค หลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียได้ปรับราคาน้ำมันดีเซลจาก 32.40 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 39.54 บาทต่อลิตรแล้ว โดยการคงราคาภายในประเทศให้ต่ำเกินไปอาจกลายเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศ รวมถึงการกักตุนเพื่อเก็งกำไร
การขยับราคาในครั้งนี้จึงถูกมองว่าจะช่วยลดปัญหาการรั่วไหลของทรัพยากรพลังงาน และป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบค่าครองชีพ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยครอบคลุมกลุ่มเปราะบาง ภาคการขนส่งสาธารณะ เกษตรกร ชาวประมง ผู้รับเหมาภาครัฐ รวมถึงผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมและบริการ เป็นต้น