เนื่องด้วยสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ได้ส่งผลต่อราคาน้ำมันทั่วโลก ขณะที่ประเทศไทย รัฐบาลได้พยายามเร่งแก้ปัญหาทั้งสถานการณ์ราคาน้ำมัน และน้ำมันเกลี้ยงปั๊ม หาเติมยาก โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ที่ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างหนัก
ณ เวลานี้ สถานการณ์ราคาน้ำมัน ยังไม่คลี่คลาย และยังไม่มีวี่แววสงครามตะวันออกกลางจะจบลงง่ายๆ ส่งผลกระทบต่อสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างหนัก หลังรัฐบาลมีมาตรการขยับเพดานราคาน้ำมันดีเซลขึ้นมาจากไม่เกินลิตรละ 30 บาท เป็นไม่เกินลิตรละ 33 บาท ล่าสุด ราคาน้ำมันดีเซล อยู่ที่ลิตรละ 31.14 บาท (23 มี.ค.) เหลืออีกลิตรละ 1.86 บาท จะถึงเพดานที่กำหนด ซึ่งระหว่างนี้รัฐบาลได้ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วย เพื่อไม่ให้ราคากระทบกับประชาชนมาก
ล่าสุด (23 มี.ค.) กองทุนมีสถานะ ติดลบแล้วที่ 28,109 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมัน 9,302 ล้านบาท บัญชีแอลพีจี ติดลบ 37,411 ล้านบาท มีเงินฝากรวม 29,029 ล้านบาท มีหนี้เงินกู้คงเหลือ 25,970 ล้านบาท
เปรียบเทียบราคาน้ำมัน (23 มี.ค.) ราคาหน้าปั๊ม และราคาจริง หากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่ได้ช่วยชดเชย
ดีเซล ราคาหน้าปั๊มลิตรละ 31.14 บาท กองทุนชดเชย 24.25 บาท ราคาที่แท้จริง 55.39 บาท
เบนซิน ราคาหน้าปั๊มลิตรละ 41.64 บาท จ่ายเงินเข้ากองทุน 0.10 บาท ราคาที่แท้จริง 41.54 บาท
แก๊สโซฮอล์ 95 ราคาหน้าปั๊มลิตรละ 33.05 บาท กองทุนชดเชย 9.70 บาท ราคาที่แท้จริง 42.75 บาท
แก๊สโซฮอล์ 91 ราคาหน้าปั๊มลิตรละ 32.68 บาท กองทุนชดเชย 9.70 บาท ราคาที่แท้จริง 42.38 บาท
แก๊สโซฮอล์ E 20 ราคาหน้าปั๊มลิตรละ 28.05 บาท กองทุนชดเชย 12.85 บาท ราคาที่แท้จริง 40.90 บาท
แก๊สโซฮอล์ E 85 ราคาหน้าปั๊มลิตรละ 24.79 บาท กองทุนชดเชย 4.28 บาท ราคาที่แท้จริง 29.07 บาท