วันที่ 22 มีนาคม 2569 อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางราคาทองคำ โดยระบุว่าราคาทองคำกำลังเข้าสู่ภาวะขาลง พร้อมสรุปปัจจัยสำคัญ วิเคราะห์ทางเทคนิค และให้คำแนะนำด้านการลงทุนแก่ผู้ติดตาม
ราคาทองคำขาลง
1. สรุปประเด็นข่าวสำคัญ
- ทองคำเผชิญสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 6 ปี: ราคาทองคำดิ่งลงอย่างรุนแรง โดยเป็นการลดลงรายสัปดาห์ที่มากที่สุดในรอบกว่า 6 ปี สาเหตุหลักมาจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังคงสูงเกินคาด ทำให้ตลาดกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าที่คิด หรืออาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
- ความเชื่อมั่นในตลาดติดลบ (Wall Street & Main Street): ผลสำรวจล่าสุดระบุว่าทั้งนักวิเคราะห์มืออาชีพ (Wall Street) และนักลงทุนรายย่อย (Main Street) พลิกกลับมามองเป็น ขาลง อย่างชัดเจน หลังจากทองคำหลุดระดับแนวรับสำคัญ 10% ภายในสัปดาห์เดียว นอกจากนี้ความตึงเครียดในอิหร่านที่ดูเหมือนจะถูกควบคุมได้ (De-escalation) ทำให้แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดน้อยลง
- กฎหมายใหม่ในสหรัฐฯ เรื่องการกระจายสถานที่เก็บทองคำ: มีการเสนอหลักเกณฑ์ใหม่ในระดับสหพันธรัฐเพื่อกระจายสถานที่จัดเก็บโลหะมีค่าของประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากการรวมศูนย์และเพิ่มความมั่นคงในระบบสำรองทรัพยากร
- จีนนำเข้าแร่เงินพุ่งเป็นประวัติการณ์: ในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ จีนนำเข้าแร่เงินเกือบ 800 ตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงความต้องการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี พลังงานสะอาด (Solar Cells) และการสะสมสินทรัพย์ในฝั่งเอเชียที่ยังแข็งแกร่ง แม้ราคาทองจะผันผวน
2. วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค (Technical Analysis)
จากข้อมูลกราฟและสถานการณ์ปัจจุบัน:
- แนวโน้มหลัก (Trend): เปลี่ยนจากขาขึ้น (Bullish) เป็น ขาลงระยะสั้นถึงกลาง (Bearish) อย่างรุนแรง หลังจากราคาทะลุแนวรับสำคัญลงมา
- แนวรับสำคัญ (Support): ปัจจุบันทองคำกำลังทดสอบแนวรับทางจิตวิทยาที่สำคัญ หากไม่สามารถยืนระยะได้ มีโอกาสไหลลงไปทดสอบระดับต่ำสุดเดิมในรอบหลายเดือน
- แนวต้าน (Resistance): การดีดตัวกลับ (Rebound) จะเผชิญแรงขายหนักที่บริเวณจุดที่เคยเป็นแนวรับเดิม (Role Reversal) นักลงทุนควรระวังการ Dead Cat Bounce หรือการดีดขึ้นเพื่อลงต่อ
- เครื่องมือทางเทคนิค: RSI น่าจะเข้าเขต Oversold (ขายมากเกินไป) ในระยะสั้น ซึ่งอาจทำให้มีการพักตัวหรือดีดกลับสั้นๆ แต่ตราบใดที่เส้นค่าเฉลี่ย (Moving Averages) ยังทำมุมกดลง ทิศทางหลักยังคงเป็นลบ
3. วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและคำแนะนำ (Outlook & Strategy)
ปัจจัยกดดัน (Bearish Factors):
1. เงินเฟ้อและดอกเบี้ย: หากตัวเลข CPI/PCE ของสหรัฐฯ ยังไม่ลดลง ทองคำจะถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield) ที่สูงขึ้น
2. สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์: หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใหม่ในตะวันออกกลาง ค่าพรีเมียมความเสี่ยง จะถูกดึงออกจากราคาทองคำต่อเนื่อง
ปัจจัยหนุน (Bullish Factors):
1. ความต้องการจากธนาคารกลาง: โดยเฉพาะจีนที่ยังคงนำเข้าโลหะมีค่า (ทั้งทองและเงิน) ในปริมาณมหาศาล จะเป็น พื้นหลัง (Floor) ที่ช่วยรองรับไม่ให้ราคาทรุดตัวจนเกินไป
2. ความเสี่ยงด้านหนี้สิน: ปัญหานโยบายการคลังของสหรัฐฯ และกฎหมายการจัดเก็บทองคำใหม่ อาจกระตุ้นให้เกิดความกังวลเรื่องเสถียรภาพของดอลลาร์ในระยะยาว
สรุปคำแนะนำสำหรับราคาทองไทย:
ราคาทองในประเทศไทยอาจไม่ลงแรงเท่าตลาดโลก (Gold Spot) เนื่องจากได้รับอานิสงส์จาก ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม
ในเชิงกลยุทธ์ควร ชะลอการเข้าซื้อ เพื่อรอดูการสร้างฐานของราคาให้ชัดเจนก่อน ไม่ควรเข้าซื้อถัวเฉลี่ยในช่วงที่กราฟยังเป็นขาลงชัน (Falling Knife)
