วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในช่วงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและวัตถุดิบนำเข้าในการผลิตสินค้าว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ผลิต น้ำมันปาล์ม ได้แจ้งปรับขึ้นราคาขายส่งน้ำมันปาล์ม ทุกขนาด และทุกประเภทบรรจุ ทั้งแบบขวด และถุง
โดยน้ำมันปาล์ม บรรจุขวดขนาด 1 ลิตร แจ้งปรับขึ้นราคาขวดละ 7-8 บาท คือปรับจากขวดละ 41 บาท เป็น 48-49 บาท ซึ่งหากนำมาขายปลีกร้านค้าจะต้องบวกราคาเพิ่มขึ้นไปอีก 2 บาท ทำให้ล่าสุดราคาจำหน่ายปลีกน้ำมันปาล์มบรรจุขวดขยับขึ้นมาอยู่ที่ขวดละ 50-51 บาทแล้ว
ทั้งนี้ ผู้ผลิตอ้างว่าราคาน้ำมันปาล์มปรับเพิ่มสูงขึ้นมาก เนื่อจากกรณีที่กระทรวงพลังงานและเตรียมออกมาตรการปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 ซึ่งจะมีผลภายในวันที่ 14 มีนาคม เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงราคาแพงจากรณีสงครามตะวันออกกลาง ทำให้มีการแย่งซื้อสต็อกน้ำมันปาล์มระหว่างผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง และผู้ผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวด
ช่วงม.ค. - ก.พ.ที่ผ่านน้ำมันปาล์ม มีการจัดโปรโมชั่นเยอะมากๆ เพราะเป็นช่วงฤดูกาลที่ผลผลิตปาล์มออกสู่ตลาด แต่หลังจากรัฐบาลประกาศนโยบายส่งเสริม ไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 ผู้ค้าแจ้งยกเลิกโปรโมชั่นทั้งหมด พร้อมกับแจ้งปรับขึ้นราคาขายส่งขวดละ 7-8 บาท จนราคาขายปลีกขณะนี้พุ่งเกินขวดละ 50 บาทไปแล้ว
นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน ผู้ผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดยังได้แจ้งปรับขึ้นราคาขายส่งมายังร้านค้าส่งด้วย โดยน้ำดื่มบรรจุขวด แบรนด์ท้องถิ่น ขนาดยอดนิยม 500 ซี.ซี. แจ้งปรับขึ้นราคาขายส่ง แพคละ 5 บาท คือปรับจาก 20 บาท เป็น 25 บาท โดยอ้างว่าต้นทุนเม็ดพลาสติกที่นำมาทำบรรจุภัณฑ์ปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้ายังเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดีเซลอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สินค้าที่ได้รับผลกระทบอีก 1 รายการคือ สินค้าขนมขบเคี้ยวบรรจุถุง โดยเฉพาะขนมถุงที่ราคาถุงละ5 บาท นั้น ผู้ผลิตได้แจ้งขอยกเลิกการผลิตและจำหน่ายมายังร้านค้า เนื่องจากว่าผลิตแล้วไม่คุ้มต้นทุน เนื่องจากเม็ดพลาสติกที่นำมาบรรจุภัณฑ์มีราคาปรับสูงขึ้นมาก