วันที่ 16 มีนาคม 2569 สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สภน.) ออกประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ฉบับที่ 22 พ.ศ. 2569 ยกระดับมาตรการแทรกแซงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศไทย เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่พุ่งทะยานเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากวิกฤตความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน
ภายใต้มาตรการล่าสุดซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้เพิ่มระดับการอุดหนุนราคาพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันดีเซล ซึ่งถือเป็นเชื้อเพลิงหลักของภาคขนส่งและเศรษฐกิจ
อุ้มดีเซลหนักกว่า 20 บาทต่อลิตร
กองทุนน้ำมันฯ ปรับเพิ่มอัตราเงินชดเชยสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา และดีเซล B20 สูงถึง 20.36 บาทต่อลิตร เพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกไม่ให้เกินกรอบที่เหมาะสมที่ประมาณ 30 บาทต่อลิตร ตามแนวนโยบายของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
ครอบคลุมเบนซินและแก๊สโซฮอล์
นอกจากกลุ่มดีเซลแล้ว กองทุนฯ ยังขยายการอุดหนุนไปยังกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของผู้ใช้รถยนต์ขนาดเล็ก โดยกำหนดอัตราการชดเชยดังนี้
แก๊สโซฮอล์ E20 ชดเชยสูงสุด 11.06 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ชดเชย 9.73 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ E85 ชดเชย 2.28 บาทต่อลิตร
ขณะที่น้ำมันดีเซลพรีเมียมและน้ำมันบางประเภท ยังคงมีการจัดเก็บเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรักษาสมดุลสถานะทางการเงินของกองทุนในระยะยาว