เมื่อวันที่ 30 มกราคม นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย ถึงสถานการณ์ราคาทองคำ หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงแรงราว 400-500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ภายหลังจากปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ติดต่อกันถึง 9 วัน โดยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ระดับ 5,595.44 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่า การปรับตัวลงดังกล่าวถือเป็นการขายทำกำไรตามปกติ หลังจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ไม่ได้รุนแรงหรือเกิดขึ้นจริงตามที่ตลาดกังวลไว้ก่อนหน้า
ทั้งนี้ การปรับขึ้นของราคาทองคำในรอบที่ผ่านมา เกิดจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็นที่สหรัฐฯ แสดงท่าทีจะใช้กำลังทางทหารกดดันอิหร่าน ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงในช่วง 8 วันที่ผ่านมา ก่อนจะเกิดแรงขายทำกำไรเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยมีการขายทองคำออกมาประมาณ 3.5 ตัน ทำให้ราคาทองคำร่วงลงจากระดับสูงสุดราว 5,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ประมาณ 5,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ก่อนจะดีดตัวขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 5,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันนี้
ด้านราคาทองคำในประเทศ หลังจากราคาทองโลกปรับตัวลงอย่างรุนแรง สมาคมค้าทองคำได้ปรับราคาทองคำลง 2,500 บาทต่อบาททองคำ จากราคาปิดตลาดเมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ขึ้นไปสูงสุดราว 81,800-82,000 บาทต่อบาททองคำ โดยล่าสุดราคาปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 78,800 บาทต่อบาททองคำ
สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุน นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่า ในเชิงเทคนิค แนวรับระยะสั้นอยู่ที่ระดับโลว์เดิมของเมื่อวาน คือบริเวณ 5,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และแนวรับถัดไปอยู่ต่ำลงไปอีกประมาณ 130 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือบริเวณ 4,940 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ขณะที่นักลงทุนทั่วไป แนะนำให้รอจังหวะที่ราคาปรับฐานลงลึก หรือรอให้แรงเหวี่ยงของราคานิ่งขึ้นอีกประมาณ 1-2 วัน ก่อนพิจารณาเข้าซื้อที่ระดับราว 77,000 บาทต่อบาททองคำ
ส่วนราคาทองแท่ง เมื่อวานเปิดตลาดที่ระดับ 78,000 บาทต่อบาททองคำ โดยเช้าวันนี้สมาคมค้าทองคำปรับราคาลงแล้ว 2,500 บาท และยังมีการปรับลดลงต่อเนื่องอีกประมาณ 300 บาท ก่อนเปิดตลาด ส่งผลให้ราคาทองแท่งล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 77,200 บาทต่อบาททองคำ ทั้งนี้ แนวโน้มราคาทองคำวันนี้ยังคงผันผวน คาดว่าอาจปรับตัวลงลึกได้ถึงระดับ 74,000 บาทต่อบาททองคำ
นพ.กฤชรัตน์ ประเมินว่า สถานการณ์ราคาที่เหวี่ยงแรงในลักษณะนี้ น่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2 วันจึงจะเริ่มคลี่คลาย หลังจากนั้นราคาทองคำอาจเคลื่อนไหวในลักษณะไซด์เวย์ ไซด์เวย์ดาวน์ หรืออาจกลับมาปรับขึ้นได้ ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับปัจจัยข่าวด้านสงครามและภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก โดยย้ำว่าความผันผวนในช่วงนี้จะรุนแรงและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว