วันที่ 2 ม.ค. 2569 ฮั่วเซ่งเฮง ผู้ค้าทองรายใหญ่ เปิดเผย ราคาทองคำโลก (Gold Spot) เริ่มต้นปี 2026 ด้วยการปรับตัวลดลงกว่า 20.07 ดอลลาร์ ลงมาเคลื่อนไหวแถวระดับ 4,318 ดอลลาร์ หลังเงินดอลลาร์ แข็งค่าต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ซึ่งถูกกดดันจากความหวังด้านภูมิรัฐศาสตร์ เกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพยูเครน ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นสู่ กดดันสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างทองคำปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ดี ในระยะยาว นักลงทุนจับตาในเดือนมกราคมนี้ ที่ทรัมป์ เตรียมประกาศรายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง ประธานเฟดคนใหม่ แทนที่นายเจอโรม พาวเวล ซึ่งจะหมดวาระในเดือนพฤษภาคม 2026 โดยคาดการณ์ว่าแคนดิเดตของทรัมป์จะมีแนวโน้มสนับสนุนการลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบต่อค่าเงินดอลลาร์และเป็นแรงส่งมหาศาลให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้น
ขณะที่กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง คาดการณ์แนวโน้มราคาทองคำในปี 69 โดยระบุว่า ทองคำกำลังเปลี่ยนสถานะจากสินทรัพย์ปลอดภัย สู่สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ของนักลงทุนทั่วโลก หลังสร้าง All-Time High อย่างต่อเนื่องตลอดปี 2568 และทำสถิติให้ผลตอบแทนสูงสุดในรอบกว่า 4 ทศวรรษ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของตลาดการเงิน โดยในปีที่ผ่านมาราคาทองคำภายในประเทศพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง สร้างสถิติสูงสุดใหม่ไว้ที่ 67,400 บาทต่อบาททองคำ เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2568 โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 59% หรือ 22,550 บาทต่อบาททองคำ
ส่วนในปี 69 นี้ มีแนวโน้มสูงที่ราคาจะปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 4 โดยเป้าหมายราคาทองโลกปี 2569 ฮั่วเซ่งเฮงให้ไว้ที่ 4,770 - 5,200 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองภายในประเทศอยู่ที่ระดับ 70,000 - 76,200 บาทต่อบาททองคำ