คอมมานโดตะครุบอดีตเด็กปั๊ม เชิดเงินขายน้ำมันกว่า 4 หมื่นบาท อ้างเอาไปใช้ส่วนตัว
คอมมานโดตะครุบอดีตเด็กปั๊ม เชิดเงินขายน้ำมันกว่า 4 หมื่นบาท อ้างเอาไปใช้ส่วนตัว
ข่าวอาชญากรรม

คอมมานโดตะครุบอดีตเด็กปั๊ม เชิดเงินขายน้ำมันกว่า 4 หมื่นบาท อ้างเอาไปใช้ส่วนตัว

ฟังข่าวนี้

ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผบก.ปพ. และ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กก.4 บก.ปพ.จับกุม นายศักรินทร์ หรือต้น (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ชาวจ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานี ที่ 340/2569 ลงวันที่ 22 ต.ค. 2569 ในความผิดฐาน "ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง" โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณลานจอดรถ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พิสิฐพงศ์ ทรานสปอร์ต ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปี 2568 นายศักรินทร์ ได้ทำงานเป็นพนักงานเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี มีหน้าที่รับเงินค่าน้ำมันจากลูกค้าและรวบรวมเงินจากพนักงานคนอื่น นำส่งบริษัทนายจ้างในเวลา 13.00 น. ของทุกวัน กระทั่งเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2569 ฝ่ายตรวจสอบภายในของบริษัทได้ตรวจระบบบัญชี พบเงินค่าน้ำมันขาดหายไปจำนวน 40,519 บาท

เมื่อสอบถาม นายศักรินทร์ ยอมรับสารภาพว่า ได้นำเงินค่าน้ำมันที่รวบรวมไว้ไปใช้จ่ายส่วนตัว และได้เขียนหนังสือรับสภาพความผิดไว้ด้วยลายมือตนเอง แต่กลับไม่มีเงินมาชดใช้คืนให้บริษัท ก่อนจะอาศัยจังหวะหลบหนีไป ทางบริษัทจึงได้ส่งตัวแทนเข้าแจ้งความร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก จนกระทั่งศาลอนุมัติออกหมายจับ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปพ. ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้แอบหนีมาทำงานและกบดานอยู่ที่บริษัทขนส่งแห่งหนึ่งใน อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ กระทั่งพบตัวนายศักรินทร์ อยู่บริเวณลานจอดรถบรรทุก จึงแสดงตัวเข้าจับกุมไว้ได้ดังกล่าว

สอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่านำเงินค่าน้ำมันของนายจ้างไปใช้จ่ายส่วนตัวจริง เมื่อถูกจับได้แม้จะเขียนหนังสือรับสภาพหนี้แต่ไม่มีเงินคืน จึงตัดสินใจหลบหนีมาทำงานที่ใหม่ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง ได้ฝากเตือนภัยไปยัง ลูกจ้าง ว่า เงินและทรัพย์สินของนายจ้างที่ได้รับมอบหมายให้ดูแล ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัว การแอบหยิบไปใช้แม้ตั้งใจจะนำมาคืนภายหลัง ถือเป็นความผิดฐาน "ลักทรัพย์นายจ้าง" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท และแม้จะหนีไปทำงานที่ใหม่ หมายจับก็ยังคงติดตามตัวไปตลอด

สำหรับ ผู้ประกอบการ ควรวางระบบควบคุมการเงินให้รัดกุม เช่น ตรวจนับเงินสดร่วมกันอย่างน้อย 2 คนทุกกะ ลดระยะเวลาการถือเงินสดของพนักงาน และนำส่งเงินเข้าธนาคารหรือตู้นิรภัยทันทีติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณจุดรับเงิน และตรวจสอบยอดขายกับยอดเงินเป็นประจำทุกวัน หากพบความผิดปกติควรรีบแจ้งความดำเนินคดีทันที ดังคติเตือนใจที่ว่า "ซื่อสัตย์ไว้ ได้ใจนายจ้าง เชิดเงินเมื่อไร ทางไปคือคุก"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ