แจ้งข้อหา ผัวคลั่งยาควงมีดจี้เมีย-ลูกชายเป็นตัวประกัน ค้นประวัติถึงกับผงะ
แจ้งข้อหา ผัวคลั่งยาควงมีดจี้เมีย-ลูกชายเป็นตัวประกัน ค้นประวัติถึงกับผงะ
ข่าวอาชญากรรม

แจ้งข้อหา ผัวคลั่งยาควงมีดจี้เมีย-ลูกชายเป็นตัวประกัน ค้นประวัติถึงกับผงะ

ฟังข่าวนี้

วันที่ (24 ต.ค. 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุ กรณีเหตุชายชาวต่างด้าวเกิดอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดใช้มีดจี้คอเมียและลูกชาย บริเวณแยกยมราช เขตราชเทวี กรุงเทพฯ โดยล่าสุด พ.ต.อ.ธนพล กลิ่นเกษร ผกก.สน.พญาไท พร้อมด้วย ร.ต.อ.พิชัย สีก่ำ รอง สว.(สอบสวน) สน.พญาไท ได้ติดตามคดี พร้อมนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลกลางเพื่อรับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยเหยื่อคือนางฝาย คำ สัญชาติลาว ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหูเล็กน้อยและลำคอ และ ด.ช.สายฝน คำ สัญชาติลาว ได้รับบาดเจ็บบริเวณลำคอ ซึ่งแพทย์ทำการรักษาจนอาการปลอดภัยและพ้นขีดอันตรายแล้ว

หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุและได้เข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งขณะนั้นผู้ก่อเหตุเริ่มมีอาการสงบลงและสามารถพูดจารู้เรื่อง จึงได้ทำการตรวจหาสารเสพติดเมทแอมเฟตามีนในร่างกายเบื้องต้น ทราบชื่อคือนายแก้วพูเพ้ด สัญชาติลาว (เลขประจำตัว PA 0448246) ผลการตรวจปรากฏว่าพบสารเสพติดในปัสสาวะอย่างชัดเจน และจากการเค้นสอบปากคำอย่างละเอียด ผู้ต้องหาได้ยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า เพิ่งจะเสพยาเสพติดมาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาจนเกิดอาการหลอนและคลุ้มคลั่ง

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้พาตัวภรรยาและลูกชายของผู้ก่อเหตุเดินทางกลับมายัง สน.พญาไท เพื่อสอบปากคำรวบรวมรายละเอียดเพิ่มเติม โดยได้รับข้อมูลว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาครอบครัวดังกล่าวได้อาศัยหลับนอนอยู่บริเวณวัดปทุมวราราม ก่อนจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พาตัวภรรยาเดินทางกลับไปที่วัดปทุมวรารามอีกครั้ง เพื่อเก็บรวบรวมพาสปอร์ตและเอกสารประจำตัวที่เกี่ยวข้อง นำมาใช้ประกอบการยืนยันตัวบุคคลในการส่งตัวนายแก้วพูเพ้ดไปตรวจยืนยันผลเลือดอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลวชิระ เนื่องจากทางโรงพยาบาลมีระเบียบเคร่งครัดว่าต้องแสดงเอกสารยืนยันตัวบุคคลตัวจริงก่อนดำเนินการตรวจทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเดินทางไปตรวจยืนยันสารเสพติดที่โรงพยาบาลวชิระตามขั้นตอนกฎหมาย

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ได้รวบรวมพยานหลักฐาน จัดทำบันทึกจับกุม และแจ้งข้อหนักแก่ผู้ต้องหา 4 ข้อหา 1.กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นโดยมีอาวุธ และทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ, 2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย 3.เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (เกินกว่ากฎหมายกำหนด) 4.พกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

ขณะนี้คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างรอผลตรวจยืนยันอย่างเป็นทางการจากทางโรงพยาบาลวชิระ หากผลการตรวจเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมาย ก่อนจะควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป ในส่วนของตัวผู้เสียหายซึ่งเป็นแม่และลูก ขณะนี้ร้อยเวรสอบสวนกำลังเร่งสอบปากคำเพื่อคุ้มครองและเยียวยาตามอย่างรวดเร็วที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ