หนีไม่รอด! ตี๋ อ่างทอง สารภาพสิ้น จ่อยิงหนุ่ม 24 ดับหน้าโรงงาน บอกเพิ่งเห็นหน้าผู้เสียชีวิตครั้งแรก
หนีไม่รอด! ตี๋ อ่างทอง สารภาพสิ้น จ่อยิงหนุ่ม 24 ดับหน้าโรงงาน บอกเพิ่งเห็นหน้าผู้เสียชีวิตครั้งแรก
ข่าวอาชญากรรม

หนีไม่รอด! ตี๋ อ่างทอง สารภาพสิ้น จ่อยิงหนุ่ม 24 ดับหน้าโรงงาน บอกเพิ่งเห็นหน้าผู้เสียชีวิตครั้งแรก

ฟังข่าวนี้

ความคืบหน้ากรณี นายธนบดี เกษรสุริวงศ์ อายุ 24 ปี ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณหน้าโรงงานแห่งหนึ่ง ภายในเขตประกอบการอุตสาหกรรม อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ทีผ่านมา ขณะขี่รถจักรยานยนต์มารอรับแฟนสาว หลังเลิกงาน โดยผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง 3 นัด ก่อนหลบหนีไปนั้น

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาออกหมายจับ นายวทัญญู หรือ ตี๋ บุญช่วย อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดอ่างทอง ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการครอบครองและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนโดยใช่เหตุในเมืองหรือที่ชุมนุมชน

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ชุดสืบสวน สภ.วังน้อย ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตำรวจภูธรภาค 1 ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง และ สภ.เมืองอ่างทอง ติดตามกดดันอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมตัวนายวทัญญูได้ที่ห้องพักแห่งหนึ่ง ใกล้วงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้ม ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.วังน้อย

พ.ต.อ.กันต์ระพี ศรีประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.วังน้อย เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าติดต่อพูดคุยกับ น.ส.ภัสสร หรือ น้องปอ มาประมาณ 1 ปี และเคยช่วยเหลือเรื่องเงินทอง แต่ฝ่ายหญิงไม่ได้ตอบรับความสัมพันธ์ในฐานะแฟน ก่อนจะไปคบหากับผู้เสียชีวิต

ผู้ต้องหา ให้การว่า วันเกิดเหตุเดินทางไปดักรอฝ่ายหญิงบริเวณหน้าโรงงาน เมื่อเห็นฝ่ายหญิงเดินไปหาผู้เสียชีวิต จึงเกิดความโกรธและหึงหวง ก่อนลงมือก่อเหตุ โดยอ้างว่าไม่เคยพบผู้เสียชีวิตมาก่อน และเพิ่งเห็นหน้ากันในวันเกิดเหตุ

ส่วนอาวุธปืน ผู้ต้องหาอ้างว่า นำปืนของน้องชายที่เสียชีวิตไปเมื่อต้นปีมาพกติดตัวไว้เพื่อป้องกันตัว ขณะที่หลังก่อเหตุได้เดินทางกลับไปยังบ้านพักในจังหวัดอ่างทอง นำรถจักรยานยนต์ไปจอดไว้ ก่อนให้หลานชายมารับเดินทางมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กระทั่งถูกตำรวจติดตามจับกุมได้

ก่อนที่ต่อมา เวลา 09.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม 2569 บรรยากาศที่ สภ.วังน้อย ยังไม่พบญาติเดินทางมาเยี่ยมผู้ต้องหา ซึ่งถูกควบคุมตัวไว้ในห้องขังตั้งแต่เวลาประมาณ 22.00 น. คืนที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ต้องหามีสีหน้าเรียบเฉย

ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมพิจารณาว่าจะมีการนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพหรือไม่ ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุและพฤติการณ์การก่อเหตุเป็นคำให้การเบื้องต้นของผู้ต้องหา ซึ่งต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและพิจารณาตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ