จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า "ทีมกู้ชีพเทศบาลเมืองไทรม้า เข้าช่วยเหลือผู้ป่วยจมน้ำ ประเมินระดับความรู้สึกตัวได้ 9 คะแนน จึงประสานร้องขอรถพยาบาลขั้นสูงและกำลังทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปจุดเปลี่ยนถ่ายแต่เพื่อนผู้ป่วยไม่พอใจ (เพราะอะไรไม่รู้) จึงเอาอาวุธจ่อมาที่หัวเจ้าหน้าที่แต่ญาติผู้ป่วยปัดมือออกปืน จึงลั่นลงพื้น 1 นัด ขอประณามการกระทำที่รุนแรงนี้ ช่วงนี้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ กำลังดำเนินการติดตามตัวมาดำเนินคดี ส่วนคลิปวีดีโอจากในรถจะเผยแพร่ทีหลังขอดำเนินคดีก่อน"
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่เทศบาลเมืองไทรม้า ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าวกับ นายศักดิโชติ วัลลภศิริ หรือ "กัน" อายุ 25 ปี พนักงานฉุกเฉินทางการแพทย์ เทศบาลเมืองไทรม้า ได้เล่าเหตุการณ์ขณะเข้าช่วยเหลือผู้ป่วย ว่า ในวันเกิดเหตุ ตนและทีมงานได้รับแจ้งเหตุผู้ป่วยและได้เดินทางไปปฏิบัติงาน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบผู้ป่วยนอนแช่อยู่ในแอ่งน้ำใต้บ้าน สภาพร่างกายจมน้ำตั้งแต่ช่วงไหล่ลงไปจนถึงเท้า โดยมีชายคนหนึ่งซึ่งมีอาการเมาสุราอย่างหนักนั่งประคองศีรษะผู้ป่วยอยู่ในน้ำ เมื่อไปถึงชายคนดังกล่าวกลับแสดงท่าทีไม่พอใจ ด่าทอด้วยคำหยาบคาย และต่อว่าหาว่าเจ้าหน้าที่มาถึงช้าและไม่ยอมช่วย

ตนจึงพยายามพูดคุยและยกมือไหว้ขอร้องให้ช่วยกันดึงตัวผู้ป่วยขึ้นมาจากน้ำ แต่ชายคนดังกล่าวตอบกลับมาว่า ถ้ามีแรงก็คงดึงขึ้นไปส่งเองแล้ว ก่อนจะลุกเดินหายไป ต่อมาตนและเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันย้ายผู้ป่วยขึ้นมาจากแอ่งน้ำ นำนอนบนเตียงกู้ชีพ และกำลังจะเข็นขึ้นรถตู้ฉุกเฉิน ชายคนเดิมได้เดินกลับมาด่าทอเจ้าหน้าที่อีกรอบ แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้โต้ตอบเพราะต้องการมุ่งเน้นการช่วยชีวิตผู้ป่วยเป็นหลัก แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อชายคนดังกล่าวได้ชักอาวุธปืนมาขึ้นลำ บริเวณท้ายรถฝั่งขวา ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังหันหลังให้ แม้ญาติของผู้บาดเจ็บจะพยายามเข้าปัดอาวุธปืนแล้ว แต่ชายคนดังกล่าวกลับอ้อมไปอีกฝั่ง แล้วหันอาวุธปืนมาจ่อที่ตนก่อนจะยิงปืนออกไป 1 นัด เสียงดังขึ้นข้างๆหูในระยะไม่ถึงครึ่งก้าว

หลังจากยิงปืนแล้ว ชายคนดังกล่าวยังคงนำอาวุธปืนมาเล็งจ่อที่ศีรษะของตน ในช่วงเวลานั้น ผู้ป่วยเริ่มรู้สึกตัวและร้องบอกว่าแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก จะตายแล้ว ตนจึงตัดสินใจยกมือไหว้ขอร้องชายผู้ก่อเหตุอีกครั้ง เพื่อขอปฐมพยาบาลและนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ชายคนดังกล่าวจึงใช้อาวุธปืนโบกทำท่าทางสั่งให้พาผู้ป่วยไป ในช่วงชีวิตการทำงานช่วยเหลือผู้ป่วย ไม่เคยเจอเหตุการณ์รุนแรงขนาดนี้มาก่อน ยอมรับว่ามีความกลัวเกิดขึ้นบ้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับหน้าที่นี้คือการคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ท้อแท้ และยังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนต่อไป
จ่าสิบเอกมงคล อัศวนิโครธร นายกเทศมนตรีเมืองไทรม้า เปิดเผยถึงกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่กู้ชีพว่า จากการได้รับฟังเรื่องราว รู้สึกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวรุนแรงเกินไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจเพื่อช่วยเหลือผู้เจ็บป่วย การกระทบกระทั่งหรือการกระทำรุนแรงเช่นนี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้น ฝากข้อคิดและกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ให้มีความหนักแน่นและอดทน พร้อมยืนยันว่าในส่วนของกระบวนการทางกฎหมายและการดำเนินคดี จะปล่อยให้เป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยืนยันว่าน้องกันเป็นผู้มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมในทุกๆ ด้าน และไม่มีประวัติเสื่อมเสียแต่อย่างใด ทั้งนี้ ได้พูดคุยและให้กำลังใจน้องกันแล้ว ถือว่าหน้าที่การช่วยเหลือประชาชนเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

นายวิชัย มงคลดาว อายุ 53 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ในที่เกิดเหตุมีรถกู้ชีพมารับคนป่วยที่อยู่ภายในรถ โดยมีชายสูงอายุแต่งกายสวมเสื้อสีขาว และใส่กางเกงขายาวสีดำ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะตะโกนโวยวายด้วยความโมโห และด่าหยาบคาย แล้วชักอาวุธปืนออกมายิงใส่ทันที ในขณะนั้นมีผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นผู้หญิง 2 คน และผู้ชาย 1 คน ยืนอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ตนจึงตะโกนบอกให้ทุกคนรีบหลบหนีไปก่อน พร้อมทั้งรีบนำรถปิกอัพไปจอดไว้ที่หน้าบ้านของกลุ่มพยานเพื่อความปลอดภัย จากการตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ไปจำนวน 1 นัด ท่ามกลางความตกใจของผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้เดินหลบหนีไป ตนเพียงแต่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์และช่วยเหลือพาชาวบ้านหลบหนีเท่านั้น ส่วนสาเหตุและรายละเอียดตนไม่ทราบ
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ