นพศิลป์ สั่ง ตม.3 รวบ 2 ผัวเมียเวียดนาม หนีคดีสาดน้ำกรดกลางกรุงฮานอย ซุกห้วยขวาง เร่งล่าตัวผู้บงการ
นพศิลป์ สั่ง ตม.3 รวบ 2 ผัวเมียเวียดนาม หนีคดีสาดน้ำกรดกลางกรุงฮานอย ซุกห้วยขวาง เร่งล่าตัวผู้บงการ
ข่าวอาชญากรรม

นพศิลป์ สั่ง ตม.3 รวบ 2 ผัวเมียเวียดนาม หนีคดีสาดน้ำกรดกลางกรุงฮานอย ซุกห้วยขวาง เร่งล่าตัวผู้บงการ

ฟังข่าวนี้

วันนี้ (10 ต.ค.69) เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 เปิดเผยว่า ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. ที่กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนปราบปรามคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ และไม่ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 มอบหมายให้ พ.ต.ท.ธานินทร์ณัฏฐ์ ประยูรศร รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.เดรินิว มิ่งเมือง สว.กก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังชุดสืบสวนเข้าควบคุมตัว นายติง เวียด ถัง (นามสมมติ) อายุ 46 ปี และนางทรอง ทู ถัง (นามสมมติ) อายุ 44 ปี สองสามีภรรยาสัญชาติเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ทางการเวียดนามต้องการตัวในคดีทำร้ายร่างกาย โดยสามารถควบคุมตัวได้บริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่งในซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 ได้รับการประสานข้อมูลจากกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเวียดนาม ให้ติดตามตัวผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 2 ราย ซึ่งมีพฤติการณ์ร่วมกันก่อเหตุใช้สารเคมีรุนแรงสาดใส่ผู้เสียหายบริเวณร้านอาหารกลางแจ้งกลางกรุงฮานอย เมื่อวันที่ 25 ก.ค.68 เวลาประมาณ 22.00 น. โดยฝ่ายหญิงทำหน้าที่ลวงผู้เสียหายออกมาพบ ก่อนที่ฝ่ายชายจะแต่งกายเป็นพนักงานส่งอาหาร ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาสาดสารเคมีใส่ใบหน้าและลำตัวของผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งทางการเวียดนามเชื่อว่าเป็นการก่อเหตุที่มีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันเป็นขบวนการ

ภายหลังได้รับข้อมูล เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ติดตามหาข่าวจนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่เขตห้วยขวาง จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งวันที่ 9 ต.ค.69 เวลาประมาณ 17.00 น. พบชายหญิงต้องสงสัยมีตำหนิรูปพรรณตรงกับบุคคลที่ทางการเวียดนามต้องการตัว จึงเข้าแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองและควบคุมตัวไว้ได้ จากการตรวจสอบและสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองยอมรับว่าเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวและได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมาย และจัดทำบันทึกการควบคุมตัวไว้เป็นหลักฐาน โดยอยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมทั้งขยายผลติดตามผู้ต้องหารายที่ 3 ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้บงการและยังอยู่ระหว่างหลบหนี

ผบก.ตม.3 กล่าวอีกว่า พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. ได้กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดเพิ่มความเข้มงวดในการสืบสวนติดตามคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมร้ายแรง โดยเฉพาะผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีจากต่างประเทศเข้ามากบดานในประเทศไทย พร้อมให้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนของอาชญากรข้ามชาติ และยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเด็ดขาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ