เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ได้ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ ถึงเหตุการณ์สลดพบผู้เสียชีวิต 3 ราย ภายในห้องพักโครงการเอื้ออาทรบางคูวัด ตำบลบางคูวัด อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้ตายเสียชีวิตจากการรมควัน โดยทิ้งจดหมายและบันทึกที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินเอาไว้ ขณะที่ญาติให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตถูกมิจฉาชีพหลอกให้กู้ยืมเงินผ่านเพจปลอมทางออนไลน์ และผู้เสียชีวิตได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ในระบบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว จึงเชื่อว่ามูลเหตุสำคัญที่นำไปสู่การตัดสินใจจบชีวิต น่าจะเชื่อมโยงกับการถูกหลอกลวงดังกล่าว
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการกำลังสืบสวนสอบสวน เพื่อพิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำความผิดและมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุโดยเร็ว พร้อมกำชับให้ขยายผลจับกุมมิจฉาชีพที่หลอกลวงผู้ตายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนขยายผลจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวได้จำนวน 2 ราย
ผู้ต้องหาประกอบด้วย 1. น.ส.เสารส อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานีที่ 330/69 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน (เปิดบัญชีม้า) พร้อมตรวจยึดของกลางโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง และ 2. น.ส.สุพัตรา อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานีที่ 331/69 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ในข้อหาเป็นธุระจัดหา โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใดๆ โดยมีพฤติการณ์เป็นผู้บงการจัดหาบัญชีม้ามาใช้ในการหลอกลวง พร้อมตรวจยึดของกลางโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง สำหรับบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการร่วมกระทำความผิด ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
สำหรับพฤติการณ์ของคดีนี้ ผู้ตายได้พบเจอมิจฉาชีพผ่านทางเฟซบุ๊กชื่อ "พิทัก วงพะจัน" หลังจากนั้นได้แอดไลน์เพื่อเข้าไปในไลน์กลุ่มและทำการกรอกข้อมูลส่วนตัว ต่อมามิจฉาชีพแจ้งว่าได้รับอนุมัติยอดเงินกู้แล้ว แต่มีข้อแม้ว่าต้องโอนเงินเข้าไปก่อนโดยอ้างว่าเป็นการชำระค่างวดแรก จากนั้นปลายทางได้ให้ผู้ตายอ่านข้อความเพื่อบันทึกเสียง เมื่อผู้ตายส่งเสียงไป มิจฉาชีพกลับอ้างว่าอ่านข้อความผิดและบังคับให้โอนเงินเพิ่มเป็นค่าปรับ ผู้เสียชีวิตจึงมั่นใจว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวง โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 1,980 บาท จึงได้ดำเนินการแจ้งความผ่านทางระบบแจ้งความออนไลน์ หมายเลขรับแจ้ง (TPO) T69092926220 ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ประกอบกับผู้ตายมีปัญหาส่วนตัว จึงเกิดความเครียดสะสมและตัดสินใจแก้ปัญหาในที่สุด
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชนเกี่ยวกับการหลอกลวงทางออนไลน์ จึงขอฝากเตือนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่มักแฝงตัวมาในรูปแบบแอปพลิเคชันเงินกู้ โดยใช้การโฆษณาชวนเชื่อเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว ข่มขู่ หรือเรียกเก็บเงินก่อนอนุมัติ หากประชาชนต้องการใช้บริการแอปพลิเคชันเงินกู้ให้ปลอดภัย ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนทุกครั้งว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวถูกกฎหมายและได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้ทางเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th ผ่านฟีเจอร์ "เช็กแอปเงินกู้" หากพบเห็นบุคคลหรือเว็บไซต์ใดที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ หรือตกเป็นผู้เสียหาย สามารถแจ้งเบาะแสและขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนศูนย์ AOC 1441 หรือแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ