อัจฉริยะ ตอบตรง ๆ ปมเงิน ในบัญชีส่วนตัว-ชมรมฯ 359 ล้าน
อัจฉริยะ ตอบตรง ๆ ปมเงิน ในบัญชีส่วนตัว-ชมรมฯ 359 ล้าน
ข่าวอาชญากรรม

อัจฉริยะ ตอบตรง ๆ ปมเงิน ในบัญชีส่วนตัว-ชมรมฯ 359 ล้าน

ฟังข่าวนี้

หลังจากที่ตำรวจไซเบอร์ 1 เข้าบุกจับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5726/2569 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ในความผิดฐาน "ฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ , ฟอกเงิน และ ลักลอบเล่นการพนันชกมวยฯ โดยจับกุมได้บริเวณร้านอาหารใกล้สนามมวยชื่อดัง ย่านอ้อมน้อย ก่อนถูกตำรวจไซเบอร์ 1 คุม ตัวไปทำบันทึกที่ สภ.อ้อมน้อย และนำมาสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

โดยมี พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บัญชาการจเรตำรวจ และ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.สอท.1 เป็นเจ้าของคดี ระหว่างคุมตัวเดินเข้าห้องสอบอยู่นั้น นายอัจฉริยะเปิดเผยกับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวว่า เงินบัญชีมูลนิธิไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีส่วนตัวของตัวเอง ยืนยันว่าสามารถชี้แจงรายละเอียดทุกอย่างได้หมด ส่วนจะถูกกลั่นแกล้งหรือไม่นั้น ให้ทุกคนไปคิดกันเอาเองเนื่องจากถูกออกหมายจับเมื่อวานนี้ และบัญชีมูลนิธิได้เปิดบัญชีมาแล้ว 12 ปี ซึ่งมันคนละอย่างกันกับบัญชีส่วนตัว

ขณะที่ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่า การจับกุมในคดีนี้สืบเนื่องจากการขยายผลคดีขบวนการแอบลักลอบเล่นการพนันมวย ที่มีเงินหมุนเวียนถึง 1 พันล้านบาท เมื่อช่วงเดือนมีนาคม ในพื้นที่สน.บึงกุ่ม จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า ในเส้นเงินดังกล่าวมีเงินจำนวน 40 ล้านบาท เข้าไปเกี่ยวโยงกับเว็บพนันมวยถึง 212 ครั้ง จึงเป็นที่มาของการออกไปจับนายอัจฉริยะในครั้งนี้

เบื้องต้นเจ้าตัวได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐาน และผู้เสียหายที่เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจไว้ก่อนหน้านี้ โดยผู้เสียหาย ได้ระบุเจตจำนงอย่างชัดเจนว่า เงินดังกล่าวจะต้องไปช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากคดีอาชญากรรม

และจากการตรวจสอบบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พบว่ามีเงินหมุนเวียน ประมาณ 168 ล้านบาท และมีเงินหลาย 10 ล้านบาทที่เข้าไป เชื่อมโยงกับเว็บพนันมวย ยืนยันว่าการจับกุมครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งตามที่ตัวผู้ต้องหานั้นได้กล่าวอ้าง และจะให้ความเป็นแกทุกฝ่าย

ส่วนบัญชีส่วนตัวของนายอัจฉริยะ พบว่ามีเงินที่อยู่ในบัญชีถึง 191 ล้านบาท ซึ่งจะต้องนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเนื่องจากพบความเชื่อมโยง ทางเส้นเงิน ไปถึงชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่มีนายอัจฉริยะมีอำนาจในการเบิกจ่ายแต่เพียงผู้เดียว ส่วนจะมีการให้ประกันตัวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ