ไม่รอด DSI สั่งฟ้อง ป้อม ภาวุธ - ฟิล์ม รัฐภูมิ แล้ว
ไม่รอด DSI สั่งฟ้อง ป้อม ภาวุธ - ฟิล์ม รัฐภูมิ แล้ว
ข่าวอาชญากรรม

ไม่รอด DSI สั่งฟ้อง ป้อม ภาวุธ - ฟิล์ม รัฐภูมิ แล้ว

ฟังข่าวนี้

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ส่งสำนวนคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต คดีพิเศษที่ 92/2569 พร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 34 ราย แบ่งเป็นนิติบุคคล 10 ราย และบุคคลธรรมดา 24 ราย ต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ โดยมีชื่อของ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม ดาราชายชื่อดัง รวมอยู่ด้วย

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 24 ก.ย. 2569 ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี ชั้น 2 โถงรับรองกรมสอบสวนคดีพิเศษ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 92/2569 กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้นำสำนวนพร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 34 ราย ส่งมอบให้พนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาหลายข้อหา ได้แก่ ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ สมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” มั่นใจ ไม่กังวล ปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ

ต่อมาเวลา 08.30 น. นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม เดินทางมาถึงโถงรับรอง DSI โดยมีท่าทีปกติ ไม่แสดงอาการเครียด เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความมั่นใจในการต่อสู้คดี เจ้าตัวระบุว่า มั่นใจและไม่กังวล เนื่องจากที่ผ่านมาได้ส่งพยานหลักฐานทั้งหมดให้พนักงานสอบสวนแล้ว พร้อมปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

“ป้อม ภาวุธ” แจงปมเงิน 28 ล้าน ยันไม่ได้หลอกประชาชน

เวลา 09.00 น. นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางมาพร้อมทีมงานกฎหมายและทนายความ โดยกล่าวถึงกรณีเส้นทางการเงินจำนวน 28 ล้านบาทที่เชื่อมโยงกับตนเองว่า มีคำชี้แจงเกี่ยวกับเงินจำนวนดังกล่าวอยู่แล้ว และได้ส่งข้อมูลทั้งหมดให้พนักงานสอบสวนประกอบสำนวนเรียบร้อย

นายภาวุธยืนยันว่า ตนเองบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่ผู้ให้บริการ Forex ไม่ได้หลอกลวงหรือฉ้อโกงประชาชน และเชื่อว่าข้อมูลรวมถึงพยานหลักฐานที่ส่งให้พนักงานสอบสวนสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้

ส่วนกรณีที่ชี้แจงเอกสารจำนวนมากแล้ว แต่พนักงานสอบสวนยังมีความเห็นควรสั่งฟ้องนั้น นายภาวุธระบุว่า ไม่เป็นไร พร้อมเดินหน้าตามกระบวนการยุติธรรม โดยวันนี้เดินทางมาในฐานะประชาชนทั่วไป ไม่ได้ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง และพร้อมเข้าสู่กระบวนการอย่างถูกต้อง

สำหรับการขอความเป็นธรรมและการชี้แจงข้อกล่าวหาเพิ่มเติม นายภาวุธระบุว่า ขอรอดูรายละเอียดก่อน หากพนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้อัยการแล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของอัยการ ซึ่งตนเตรียมข้อมูลและพยานหลักฐานไว้ครบถ้วนแล้ว

นายภาวุธยังกล่าวถึงข้อหาสมคบฟอกเงินว่า ต้องพิจารณารายละเอียดในชั้นอัยการต่อไป พร้อมยืนยันว่าการเทรดทองคำกับบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด เป็นการซื้อขายตามกิจกรรมปกติของตนเอง

เปิดเส้นทางเงิน 28 ล้าน เชื่อมโยงบริษัทโบรกเกอร์

สำหรับพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับนายภาวุธ คณะพนักงานสอบสวนระบุว่า จากการตรวจสอบธุรกรรมของบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด (QRS Global) ซึ่งบริหารโดย น.ส.มัลลิกา มากสลุด ปัจจุบันอยู่ระหว่างการฝากขังพิจารณาคดี ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง พบว่าบริษัทดังกล่าวเป็นหนึ่งใน 4 บริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ที่มีเส้นทางการเงินรับโอนหรือรับประโยชน์จากผู้เสียหายที่ลงทุนเทรด Forex จำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงทางการเงินกับนายภาวุธ โดยเจ้าตัวชี้แจงว่าเป็นเพียงผู้เทรดทองคำกับบริษัท QRS Global เท่านั้น และได้รับเงินจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2567 จำนวน 28 ล้านบาท แบ่งโอนครั้งละ 2 ล้านบาท รวม 14 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนระบุว่า เส้นทางการโอนเงินดังกล่าวมีลักษณะผิดปกติ และจากการตรวจสอบเชิงลึกยังพบความเกี่ยวข้องระหว่างบริษัท QRS Global กับนายมานิตย์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งมีบทบาทเป็นผู้แนะนำโบรกเกอร์ หรือ IB (Introducing Broker) และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายภาวุธ โดยทั้งคู่เคยเดินทางไปประเทศฝรั่งเศส รวมถึงมีภาพร่วมงานประชุมสัมมนา

ขณะเดียวกัน ยังพบว่านายมานิตย์มีความเกี่ยวข้องและเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับบริษัท ALPFX ซึ่งเป็นบริษัทที่โอนเงินทอดแรกไปยังบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ก่อนที่บริษัทดังกล่าวจะโอนเงินจำนวน 28 ล้านบาทเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายภาวุธ

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” พบเงินโอน 25 ล้านจากบริษัท อีเทอร์เวลธ์

ในส่วนของนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม พนักงานสอบสวนระบุว่า เจ้าตัวประกอบธุรกิจผ่านบริษัทที่ดำเนินกิจการฝึกอบรม ให้คำปรึกษาและแนะนำด้านการตลาดและการจำหน่าย รวมถึงเป็นนายหน้าให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา

จากการตรวจสอบพบเส้นทางการเงินจากบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด โอนเข้าบัญชีธนาคารของนายรัฐภูมิ รวม 25 ล้านบาท ในช่วงปี 2562-2569

ทั้งนี้ บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด เดิมใช้ชื่อบริษัท แมสค์ คิ้วท์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจหน้ากากอนามัย โดยพนักงานสอบสวนพบความเคลื่อนไหวทางการเงินระหว่างบริษัทดังกล่าวกับนายรัฐภูมิ

DSI ขนสำนวน 17 ลัง 102 แฟ้ม ส่งอัยการพิจารณา

เวลา 09.30 น. คณะพนักงานสอบสวนได้นำเอกสารสำนวนจำนวน 17 ลัง รวม 102 แฟ้ม และเอกสารทั้งสิ้น 40,348 แผ่น ลงจากกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เพื่อนำขึ้นรถตู้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่งมอบให้พนักงานอัยการคดีพิเศษตรวจสอบต่อไป

ภายหลังจากนั้น คณะพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร เพื่อให้อัยการพิจารณาสำนวนและนัดหมายฟังคำสั่งคดีในภายหลัง

นอกจากนี้ ยังได้จัดทำหนังสือแจ้งนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรับทราบและอนุญาตการส่งตัวนายภาวุธไปดำเนินการตามขั้นตอนการส่งฟ้องต่ออัยการคดีพิเศษแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องขอศาลออกหมายจับ

ย้อนปฏิบัติการ Shutdown the laundering ตรวจค้น 24 จุด

สำหรับคดีซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต เริ่มต้นเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2569 โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ภายใต้การอำนวยการของ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 24 จุด ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ภายใต้ชื่อ “Shutdown the laundering” เพื่อดำเนินการกับเครือข่ายซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต

ปฏิบัติการดังกล่าวมีการตรวจยึดเงินสดกว่า 65 ล้านบาท พร้อมทรัพย์สินมูลค่าสูงหลายรายการ อาทิ รถซูเปอร์คาร์ รถยนต์ทั่วไป วัตถุคล้ายทองคำแท่งและทองรูปพรรณ เครื่องประดับทองคำและเพชร กระเป๋าแบรนด์เนม เงินแท่ง เงินตราต่างประเทศ อาวุธปืนและเครื่องกระสุน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ Hardware Wallet รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Bitcoin และ USDT ตลอดจนเอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการดำเนินงานของเครือข่ายลงทุน

จากการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน พนักงานสอบสวนพบความเชื่อมโยงกับนักการเมืองและดาราชื่อดัง โดยมีการรับหรือโอนเงินจากบริษัทในกลุ่มโบรกเกอร์ ซึ่งมีผู้เสียหายกว่า 500 รายเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมระดับพันล้านบาท

นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์ชักชวนและแนะนำให้ลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งสามารถเข้าถึงประชาชนจำนวนมาก แต่มีลักษณะเป็นการหลอกลงทุน เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่เป็นไปตามที่มีการกล่าวอ้างหรือโฆษณาไว้

อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของพนักงานอัยการ หลัง DSI มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 34 ราย โดยข้อกล่าวหาทั้งหมดยังเป็นข้อกล่าวหาในกระบวนการยุติธรรม และผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ