วันนี้ (22 กันยายน 69) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางสาวนุชนภา ทวีภัทรติวงศ์ อายุ 45 ปี ชาว ต.สะอาด อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นผู้เช่าพักอาศัยอยู่ห้องพักหอพักแห่งหนึ่งภายในซอยบุญคุ้ม ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง .ปทุมธานี ว่าถูกคนร้ายลักทรัพย์ภายในห้องพักกวาดทรัพย์สินไปมูลค่ากว่าครึ่งล้านบาทหลบหนีลอยนวลผ่านมากว่า 1 ปี สอบถามเจ้าหน้าตำรวจกลับบ่ายเบี่ยงโยนกันไปมา
ต่อมา ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่หอพักดังกล่าว พบกับนางสาวนุชนภา ผู้ถูกโจรงัดห้องพักกวาดไปเกือบครึ่งล้าน ได้ชี้จุดที่คนร้ายเข้ามาตัดตาข่ายลวดหนามบริเวณหลังห้องพัก แล้วเข้ามาขโมยของในห้องพักให้ดู ก่อนจะเล่าเหตุการณ์ให้ฟังด้วยความเซ็งว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงประมาณเที่ยงคืนถึง 01.00 น. ของวันที่ 19 ตุลาคม 68 ที่ผ่านมา โดยภาพจากกล้องวงจรปิดพบผู้ต้องสงสัยเข้ามาด้อม ๆ มอง ๆ บริเวณที่พักในก่อนคนร้ายจะย้อนกลับไป และคาดว่าคนร้ายน่าจะเข้าไปในห้องสุดท้าย ซึ่งขณะนั้นไม่มีผู้เช่า และไม่ได้ล็อกประตูแล้วจึงย้อนกลับมาตัดลวดหนามหลังห้องตนเองเข้ามาขโมยทรัพย์สินไปเกือบครึ่งล้านบาท

ประกอบไปด้วยสร้อยคอทองคำ 2 เส้น ได้แก่ น้ำหนัก 50 สตางค์ มูลค่า 30,000 บาท และน้ำหนัก 2 บาท มูลค่า 120,000 บาทแหวนทอง 3 วง ได้แก่ น้ำหนัก 1.25 สลึง มูลค่า 7,500 บาท, น้ำหนัก 25 สตางค์ มูลค่า 15,000 บาท และแหวนทองเค มูลค่า 15,000 บาทพลอย 1 เม็ด มูลค่าประมาณ 5,000 บาทเงินสดสกุลยูโร จำนวน 5,000 ยูโร (ธนบัตรใบละ 500 ยูโร) มูลค่าประมาณ 200,000 บาท

ซึ่งตนเองเช่าห้องนี้ทิ้งไว้เนื่องจากต้องไปทำงานต่างถิ่นและจะกลับเข้าห้องพักตามปกติทุกวันอังคาร ซึ่งพอวันที่ 21 ตุลาคม 68 ได้กลับมาที่ห้องเมื่อเปิดประตูเข้าไปพบคนร้ยนำกล่องทองและซองทองเปล่าถูกนำมากองไว้บนที่นอนให้ดูต่างหน้าจึงรู้สึกตกใจอย่างมาก โดยทรัพย์สินที่สูญหายมีทั้งของสะสม ของมารดา และสิ่งของที่มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับตนเองมาก จึงได้เดินทางไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.คลองหลวง เอาไว้เมื่อ 21 ตุลาคม 68 ที่ผ่านมา

โดยตนเองได้ติดตามความคืบหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเกือบ 1 ปี แต่ยังไม่ได้รับความคืบหน้าที่ชัดเจน โดยในช่วงแรกเจ้าหน้าที่แจ้งว่ากำลังติดตามผู้ก่อเหตุ ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์ออกไปยังถนนใหญ่ ก่อนจะไม่สามารถติดตามต่อได้ หลังจากนั้น ตนเองได้โทรศัพท์ติดตามคดีเป็นระยะทุก 1-2 เดือน โดยได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ว่าอยู่ระหว่างการติดตามคดี พร้อมทั้งพยายามทำความเข้าใจและเชื่อว่าเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่าการประสานงานยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน ในขณะที่ทางด้านทีมพิสูจน์หลักฐานได้แจ้งให้ตนเองไปรับหลักฐานที่ทีมพิสูจน์หลักฐานเก็บไว้ แต่ได้รับคืนเพียงมุ้งลวดที่ถูกงัดออกจากห้องไป
ตนเองได้พยายามติดตามหลักฐานและความคืบหน้ากับเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย กลับได้รับคำตอบว่าให้ติดต่อระหว่างทีมร้อยเวร ทีมสอบสวน และทีมสืบสวน โดยเคยสอบถามลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง จนไม่ทราบว่าควรติดต่อเจ้าหน้าที่คนใดเพื่อขอความคืบหน้า จนกระทั่งระยะเวลาผ่านไปนานตนจึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปสอบถามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการติดตามคดี ก่อนจะได้รับคำแนะนำให้ติดต่อสถานีตำรวจภูธรคลองหลวงอีกครั้ง รวมถึงพยายามติดต่อผ่านช่องทางเพจของตำรวจและส่งรายละเอียดหลักฐานต่าง ๆ ให้ แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับ

จนกระทั่งตนเองได้ติดต่อเจ้าหน้าที่รายหนึ่งของ สภ.คลองหลวง ซึ่งแนะนำให้ลองติดต่อรองผู้กำกับการ จึงได้โทรศัพท์สอบถามรองผู้กำกับการ แต่ได้รับคำตอบให้ไปหาหลักฐานเพิ่มเติมมาอีก ตนจึงรู้สึกเศร้าใจมาก เนื่องจากขณะนี้ไม่มีหลักฐานเพิ่มเติมที่จะนำมาให้แล้วโดยหลักฐานที่มีอยู่ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งตนเอง เจ้าของหอพัก และลูกเจ้าของหอพักช่วยกันรวบรวมไว้ และได้ส่งให้เจ้าหน้าที่แล้วตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุทั้งหมดแล้ว

ทั้งนี้ ตนเองไม่ได้ต้องการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่ และพยายามคิดในแง่บวกมาโดยตลอดว่าเจ้าหน้าที่กำลังติดตามคดี แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน โดยบางครั้งโทรศัพท์หรือส่งข้อความผ่านไลน์ไปก็ไม่มีผู้รับสายหรือเปิดอ่านข้อความ ตนเองจึงอยากทราบว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังติดตามและดำเนินการเกี่ยวกับคดีอยู่หรือไม่ และมีความคืบหน้าไปถึงขั้นตอนใดแล้ว โดยที่ผ่านมาเคยสอบถามเจ้าหน้าที่โดยตรงว่า คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการติดตามหรือควรปล่อยเรื่องไปแล้ว แต่คำตอบที่ได้รับส่วนใหญ่มักเป็นคำตอบในลักษณะเดิม ๆ หรือมีการแจ้งว่าอยู่ระหว่างการประสานงานและโยกย้ายซึ่งตนเองเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านมีภาระหน้าที่และอาจมีคดีที่ต้องรับผิดชอบเป็นจำนวนมาก
แต่ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา กลับยังไม่ได้รับคำตอบหรือความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของคดีอย่างเป็นรูปธรรม จากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเพียงคำตอบที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาว่า ขณะนี้ ไม่สามารถติดตามคดีต่อได้แล้ว หรือ ยังอยู่ระหว่างการติดตามคดี หากได้รับคำตอบอย่างชัดเจนว่าไม่สามารถติดตามคดีต่อได้แล้ว ก็พร้อมที่จะยอมรับข้อเท็จจริงและไม่ต้องเฝ้ารอความคืบหน้าอีกต่อไป รวมถึงทำใจยอมรับว่าไม่สามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี และอาจไม่ได้รับทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายกลับคืนมา
ทั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุทางเจ้าของหอพักก็ได้มาดำเนินการติดลูกกรงเหล็กยางแน่นหนาให้กับตนเองและห้องพักบริเวณชั้นล่าง เนื่องจากวันโจรดังกล่าวจะกลับมาขโมยทรัพย์สินอีกได้ เนื่องจากมีข้อมูลแจ้งว่ามีหลายหอพักโดนในลักษณะนี้แล้วหลายแห่งด้วยกัน