เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. และ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเข้าจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเขียว ที่ จ.143/2569 ในข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธ (มีด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร

การจับกุมมีขึ้นบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ หลังตำรวจสืบทราบว่า นายเอ หลบหนีจากพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เข้ามาพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และเตรียมเดินทางต่อไปยังภาคใต้ จึงวางกำลังติดตามและดักรอจนพบตัว ก่อนแสดงบัตรเจ้าพนักงานและขอตรวจสอบ จากการตรวจสอบ นายเอ ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก้งคร้อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา ผู้เสียหายพร้อมแฟนสาวและญาติเดินทางไปเที่ยวงานแสดงดนตรีหมอลำภายในวัดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หลุบคา อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ก่อนเกิดเหตุระหว่างที่ผู้เสียหายกำลังซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เพื่อเดินทางกลับ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นไม่ทราบฝ่ายเข้ามาก่อเหตุ โดยหนึ่งในกลุ่มกระโดดถีบจนผู้เสียหายตกจากรถ

จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นนับสิบคนได้กรูเข้ารุมทำร้ายผู้เสียหาย แฟนสาวจึงพยายามร้องห้ามและเข้าไปช่วยเหลือ ก่อนจะสังเกตเห็นว่า นายเอ เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุ และกำลังเงื้อมีดเตรียมฟันซ้ำบริเวณศีรษะของผู้เสียหาย
อย่างไรก็ตาม เมื่อ นายเอ สังเกตเห็นว่าผู้เสียหายเป็นคนรู้จัก จึงชะงักและหยุดการทำร้าย ก่อนมีหญิงสาวซึ่งคาดว่าเป็นภรรยาเข้ามาดึงตัวออกจากจุดเกิดเหตุ จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นได้แยกย้ายกันหลบหนี ส่งผลให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแก้งคร้อ ก่อนเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อดำเนินคดี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ กระทั่งทราบว่า นายเอ หลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในพื้นที่กรุงเทพฯ และกำลังเตรียมเดินทางลงภาคใต้ จึงประสานกำลังเข้าดักรอที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ จนนำไปสู่การจับกุมในที่สุด
เบื้องต้น นายเอ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมเล่าว่า ในวันเกิดเหตุตนเองกับเพื่อนประมาณ 7-8 คน ตั้งวงดื่มสุราอยู่บริเวณหน้าเวทีหมอลำ ก่อนมีวัยรุ่น 2 คน เข้ามาเต้นยั่วยุและชูนิ้วกลางใส่ทั้งสองข้าง ทำให้เพื่อนในกลุ่มวิ่งเข้าไปชกต่อย นายเอ จึงวิ่งตามเข้าไปร่วมเหตุการณ์ด้วย

นายเอ ยืนยันว่าไม่ได้พกมีดในวันเกิดเหตุ แต่ยอมรับว่าในกลุ่มเพื่อนมีบุคคลพกมีดจริง พร้อมฝากเตือนวัยรุ่นให้ควบคุมอารมณ์และอย่าปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบนำไปสู่การใช้ความรุนแรง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องเข้าสู่กระบวนการทางคดีและรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง
ด้านตำรวจสอบสวนกลางฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่เดินทางไปร่วมงานรื่นเริงต่าง ๆ ให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าหรือทะเลาะวิวาท หากพบเหตุผิดปกติควรรีบออกจากพื้นที่ทันที เนื่องจากเหตุทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะอาจลุกลามกลายเป็นเหตุรุนแรงถึงขั้นสูญเสียชีวิต และผู้ก่อเหตุยังอาจต้องเผชิญกับคดีอาญา กระทบต่ออนาคตและชีวิตในระยะยาวอีกด้วย