กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ กก.1 บก.ปคม. สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันจับกุม นายเอฯ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี โดยสามารถจับกุมได้ที่ ห้องพักภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย

พร้อมด้วยของกลาง
1. อาวุธปืนสั้นดัดแปลง รูปทรงคล้ายอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อ Beretta ขนาด 9 มม. ไม่มีเครื่องหมายทะเบียน และไม่มีหมายเลขประจำปืน จำนวน 1 กระบอก
2. โครงอาวุธปืน รูปทรงคล้ายอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อ Beretta ขนาด 9 มม. ไม่มีเครื่องหมายทะเบียน และไม่มีหมายเลขประจำปืน จำนวน 1 กระบอก

3. เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 5 นัด
4. กล่องบรรจุอาวุธปืน ยี่ห้อ Glock จำนวน 1 กล่อง
5. โทรศัพท์มือถือ
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในการระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนและสิ่งเทียมอาวุธปืนที่มีการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมรุนแรงและลดความเสี่ยงที่อาวุธปืนจะถูกนำไปใช้ในการก่อเหตุ โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ภายใต้สังกัดตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ซึ่งมีภารกิจหลักในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แล้ว ยังมีอำนาจหน้าที่สำคัญในการสืบสวนปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน และสตรี จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งสืบสวนติดตามเครือข่ายลักลอบจำหน่าย อาวุธปืนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะกรณีที่พบว่าอาจมีเด็กและเยาวชนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปคม. จึงได้สืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กระทั่งได้รับเบาะแสว่าบัญชีผู้ใช้ชื่อ “กระรอก” มีพฤติการณ์โพสต์ประกาศเสนอจำหน่ายอาวุธปืนดัดแปลงอยู่ภายในกลุ่มลับบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 300 คน
จากการติดต่อพูดคุยนั้น ผู้ใช้บัญชี “กระรอก” ได้เสนอขายอาวุธปืนสั้นดัดแปลง ลักษณะคล้ายยี่ห้อ Beretta ในราคา 8,500 บาท โดยยืนยันว่าอาวุธดังกล่าวสามารถใช้งานได้จริง อีกทั้งยังมีการวิดีโอคอลแสดงอาวุธปืนให้ดูเพื่อยืนยันว่ามีอาวุธปืนอยู่ในความครอบครอง และพร้อมจำหน่าย นอกจากนี้ ยังมีการเสนอขายอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนประเภทอื่นอีกหลายรายการ พร้อมทั้งอ้างว่าเป็นผู้ดัดแปลงอาวุธปืนด้วยตนเอง รวมถึงมีความเชี่ยวชาญในการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบเส้นทางการรับเงินจากการจำหน่ายอาวุธปืน พบว่ามีการนำบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นมาใช้รับโอนเงินแทน ชุดสืบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอเข้าตรวจค้นสถานที่พักอาศัยของผู้ใช้บัญชีดังกล่าว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. ได้นำกำลัง เข้าตรวจค้นห้องพักเป้าหมายภายในโครงการคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านแจ้งวัฒนะ ตามหมายค้นของศาลอาญา ที่ 520/2569 พบผู้ต้องหาเป็นเยาวชนชาย อายุ 16 ปี อยู่ภายในห้องพัก พร้อมของกลางสำคัญ ประกอบด้วย อาวุธปืนสั้นดัดแปลงลักษณะคล้ายยี่ห้อ Beretta ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก , โครงอาวุธปืน Beretta จำนวน 1 ชิ้น , เครื่องกระสุนปืน 9 มม. จำนวน 5 นัด , กล่องบรรจุอาวุธปืน ยี่ห้อ Glock และ โทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อจำหน่ายอาวุธปืน
จากการสอบถามเกี่ยวกับของกลางที่ตรวจพบ เยาวชนรายดังกล่าวให้การยอมรับว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนเอง โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาและเส้นทางการได้มาของอาวุธปืน รวมถึงขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังพบพฤติกรรมว่าผู้ต้องหามักพกพาอาวุธปืนติดตัวออกไปตามสถานที่ต่างๆ โดยอ้างเหตุผลว่าต้องพกไว้เพื่อป้องกันตัว เพราะตนมีเพื่อนฝูงมากและมักมีเรื่องบาดหมางกับคู่อริ จึงกลัวว่าจะถูกทำร้าย
เบื้องต้น เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป