กองบัญชาการตำรวจนครบาล สถานีตำรวจนครบาลบางรัก ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อะ ผบก.น.6 พ.ต.อ.นริศ ปารถนาพร รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บก.น.5, พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์ สารบุญ ผกก.สน.บางรัก นำโดย พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ เอกอัครภูววัฒน์รอง ผกก.ป.สน.บางรัก, พ.ต.ท. ธนพรหม ธนอาภากร รอง ผกก.สส.สน.บางรักและ พ.ต.ท.วิศิษฐ์ สายบัวทอง รองผกก.สส.บก.น.5 สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมและชุดปฏิบัติการ MPB SWAT ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ สน.บางรัก นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งภายในซอยพระยาดำรงค์ แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร หลังได้รับแจ้งเหตุรวดเร็วจากศูนย์วิทยุ สน.บางรัก ว่ามีเสียงดังคล้ายเสียงปืน มาจากบ้านหลังดังกล่าว เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบนายเอ สงวนชื่อนามสกุล อายุ 46 ปี พร้อมด้วยนายชัชนันท์ พี่ชาย แสดงตนเป็นเจ้าของบ้าน ยินยอมและเป็นผู้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นตรวจหาสิ่งผิดกฎหมายอย่างละเอียด

จากการตรวจค้นทั่วบริเวณบ้าน เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงเมื่อพบปืนและกระสุนซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ จำนวนมาก โดยบริเวณชั้นลอยพบกระสุนปืนลูกซอง 12 เกจ ตกอยู่บนที่นอน และกระสุน ซุกซ่อนในถุงกระดาษสีแดง เมื่อขึ้นไปตรวจค้นต่อยังห้องโถงชั้น 5 เจ้าหน้าที่ยึดของกลางอาวุธปืนลูกโม่,อาวุธปืน Colt 1911 รวมทั้งปืนไทยประดิษฐ์หลากขนาด เช่น ปืนปากกายาว ปืนหักลำ (อีโบ๊ะ) ที่มีกระสุนคาอยู่ในรังเพลิงพร้อมใช้งาน 1 นัด ปืนสั้นและปืนยาวไทยประดิษฐ์อื่นๆ ซองปืน และดินดำปืนน้ำหนักรวมกระปุกกว่า 157.24 กรัม นอกจากนี้ยังพบปืนยาวไม่ทราบยี่ห้อและรุ่นซุกอยู่ในตู้โชว์

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายศุภพล รับสารภาพว่ากระสุนและอาวุธปืนของกลางทั้งหมดเป็นของตนจริง โดยอ้างว่าอาวุธปืนบางกระบอกตนได้ประดิษฐ์ดัดแปลงขึ้นมาด้วยตนเองเนื่องจากความชอบส่วนตัวเพื่อเก็บสะสม ส่วนปืนและกระสุนบางรายการเป็นของเพื่อนที่นำมามอบให้ไว้นานแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” พร้อมทำการบันทึกภาพและเสียงขณะจับกุม รวมถึงแจ้งข้อมูลการควบคุมตัวตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างเคร่งครัด ก่อนควบคุมตัวนายศุภพลพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.บางรัก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

