ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. ให้เร่งกวาดล้างชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาหลบซ่อนในไทย ทั้งลักลอบหนีคดีจากต่างประเทศ และกลุ่มที่ลักลอบเข้าไทยเพื่อก่อเหตุข้ามชาติ โดยผนึกกำลังกับทาง ป.ป.ส. นำโดย พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ในการจับกุมผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.สัญชัย ถิ่นวงษ์แดง รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ สตม. ปฏิบัติราชการ บก.ตม.6, พ.ต.อ.ชิดเดชา สองห้อง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ช่วยราชการ สตม. มอบหมายให้ ว่าที่ พ.ต.อ.วุฒิภัทร นภาโชติ ผกก.สส.บก.ตม.6 ประสานการปฏิบัติกับ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ,นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กรณีได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้และหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ ในการที่มีบุคคลตามหมายจับตำรวจสากล (RED NOTICE) ในข้อหาฉ้อโกงและนำเข้าส่งออกยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งหลบหนีอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมของ กก.สส.บก.ตม.6 นำโดย พ.ต.ท.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 และ เจ้าหน้าที่ ปปส. นำโดย นายอนุสวัสดิ์ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา, น.ส.พิชญา มณีนิล และเจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 และเจ้าหน้าที่ ตม.จว.ภูเก็ต ได้ทำการสืบสวนและเฝ้าติดตาม จนทราบว่า Mr.Lee สัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งจากการประสานงานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ หน่วยข่าวกรองประเทศเกาหลีใต้ และกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นบุคคลที่มีหมายจับต่างประเทศและต้องการตัว ตามประกาศตำรวจสากลสีแดง เลขที่ A-8537/8-2018 เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ส.ค.61 ในความผิดฐานฉ้อโกงและส่งออกนำเข้ายาเสพติดและกัญชาข้ามชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต

พฤติการณ์คือ ในช่วงต้นปี 2561 จนถึงปัจจุบัน ผู้ต้องหาและผู้ร่วมขบวนการทำการฉ้อโกงผู้อื่น ความเสียหายกว่า 800 ล้านวอน ประมาณ 20 ล้านบาท และได้เป็นหัวหน้าขบวนการ ในการส่งออกยาเสพติดและกัญชาจากประเทศไทยไปยังประเทศเกาหลีใต้ และจำหน่ายผ่านโซเชียลออนไลน์ ให้กับผู้ค้ายาเสพติดในประเทศเกาหลีใต้ จากการตรวจสอบเพิ่มเติม ยังพบว่ามีประวัติในการก่อคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและคดีอื่นๆ เช่น ค้าประเวณี ทำร้ายร่างกาย ฉัอโกง กว่า 23 คดี

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.สส.บก.ตม.6, ป.ป.ส.ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่า เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. Mr.Lee ซึ่งได้หลบหนีการจับกุมมาพักอาศัยอยู่ในคอนโดหรูแห่งหนึ่ง ในอำเภอเมืองภูเก็ต จึงเดินทางไปตรวจสอบ
จากการตรวจสอบข้อมูลของ Mr.Lee ในระบบ Biometrics พบว่า เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 6 มี.ค.61 ทางด่าน ตม.ทอ.ภูเก็ต ได้อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรด้วยวีซ่าประเภทท่องเที่ยว จนถึงวันที่ 3 มิ.ย.61 ในระหว่างดักซุ่มเฝ้ารอได้มีชาย มีลักษณะคล้าย Me.Lee ได้ปรากฎตัว เจ้าหน้าที่ ตม. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบว่า บุคคลดังกล่าว คือ Mr.Lee ซึ่งให้การยอมรับเป็นบุคคลตามหมายจับของตำรวจสากลจริง และได้ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบห้องพัก โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์มือถือและบัตรเดบิต จำนวน 3 ใบ เนื่องจากเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด และจะได้มีการขยายผลร่วมกับเจ้าหน้าที่ของเกาหลีใต้ต่อไป

ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ทำการจับกุม Mr.Lee ในขัอหา อยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง overstay 2992 วัน และทำการแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบและนำส่ง พงส. เพื่อดำเนินการต่อไป
พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. กล่าวว่า เป็นไปตามนโยบาย ของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ที่ยังคงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับสากลอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้หลบหนีคดีหรืออาชญากรข้ามชาติ และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับบุคคลต่างด้าวที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ