วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ร.ต.ท.กาจพล เฟื่องขจร รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางปะอิน รับแจ้งเหตุยิงกันด้วยอาวุธปืน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย บนถนนโรจนะ มุ่งหน้าสี่แยกอำเภออุทัย บริเวณหน้าเต็นท์จำหน่ายรถยนต์มือสอง หมู่ 2 ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงรายงาน พ.ต.อ.พิภพ นาพุทรา ผกก.สภ.บางปะอิน พร้อมนำกำลังตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์เข้าตรวจสอบ
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบ นายบัลลังค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ชาวตำบลดอนคา อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี นอนหมดสติอยู่ริมฟุตบาทในสภาพมีเลือดไหลจำนวนมาก หลังถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าผาก เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์จึงเร่งให้การช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมทำ CPR ก่อนประสานรถกู้ชีพโรงพยาบาลเอเชียรับตัวส่งต่อไปยังโรงพยาบาลราชธานี เนื่องจากผู้บาดเจ็บมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤต
จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบกองเลือดอยู่ริมฟุตบาท จึงกั้นพื้นที่โดยรอบเพื่อรักษาสถานที่เกิดเหตุ ก่อนให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด

ต่อมาตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง พบภาพเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุ โดยชายสวมเสื้อสีแดงเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ขณะที่นายบัลลังค์ ซึ่งสวมชุดยูนิฟอร์มของโรงงาน นั่งซ้อนท้าย โดยรถจักรยานยนต์ขี่สวนทิศทางการจราจรไปตามถนนโรจนะ มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมือง
จากนั้นมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพรถจักรยานยนต์อีก 1 คัน ขี่ตามมาประกบจากด้านหลัง เมื่อมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ นายบัลลังค์ได้ลงจากรถจักรยานยนต์ ก่อนที่ชายต้องสงสัยซึ่งขี่รถตามมาจะชักอาวุธปืนออกมาและจ่อยิงในระยะใกล้ ส่งผลให้นายบัลลังค์ล้มลงกับพื้นได้รับบาดเจ็บสาหัส
หลังเกิดเหตุ ชายเสื้อสีแดงซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่พานายบัลลังค์มายังจุดเกิดเหตุ ได้ขี่รถวนกลับและมุ่งหน้าไปทางอำเภออุทัย ขณะเดียวกันชายที่ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปในเส้นทางเดียวกัน
นอกจากนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดบางช่วงยังปรากฏพฤติกรรมน่าสงสัย โดยชายที่คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุมีลักษณะคล้ายกับส่งมอบอาวุธปืนให้ชายเสื้อสีแดง ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่พานายบัลลังค์มายังจุดเกิดเหตุ ก่อนที่ทั้งสองจะขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบริเวณดังกล่าวไปด้วยกัน
จากพฤติการณ์ที่ปรากฏ ตำรวจจึงตั้งข้อสังเกตว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอาจรู้จักกันมาก่อน และอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าชายเสื้อสีแดงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือไม่ เนื่องจากอาจไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์พาผู้บาดเจ็บมายังจุดเกิดเหตุ ขณะเดียวกันยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีการวางแผนล่อผู้บาดเจ็บออกมาก่อเหตุหรือไม่ โดยต้องรอผลการสอบสวนและพยานหลักฐานเพิ่มเติม
นายอเนก (สงวนนามสกุล) พลเมืองดี ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นชายกลุ่มหนึ่งเดินทางมาด้วยรถจักรยานยนต์ 2 คัน ลักษณะคันละ 2 คน โดยผู้ที่เห็นมีการแต่งกายคล้ายกันและดูเหมือนจะเป็นกลุ่มเพื่อนกัน จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงรีบเข้ามาดูและพบผู้ได้รับบาดเจ็บนอนจมกองเลือดอยู่ริมถนน ขณะที่รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันขี่ตามกันออกไปอย่างรวดเร็ว จึงไม่ทันสังเกตยี่ห้อหรือทะเบียนรถ โดยมองว่าคนกลุ่มดังกล่าวมีลักษณะคล้ายอยู่ในอาการมึนเมา และดูมีอายุน้อยกว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ

ด้าน นางสาวพอยไพริน กรจนารัตน์ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุ ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ตามด้วยเสียงคล้ายมีคนตะโกน แต่ไม่สามารถจับใจความได้ เมื่อหันไปมองยังจุดเกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บนอนหมดสติอยู่ริมถนน จึงรีบเข้าไปให้การช่วยเหลือและทำ CPR ก่อนประสานรถกู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาล
ขณะที่ พ.ต.อ.พิภพ นาพุทรา ผกก.สภ.บางปะอิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดโดยรอบ รวมถึงสอบปากคำพยานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลที่ปรากฏในภาพ และตรวจสอบความสัมพันธ์กับผู้ได้รับบาดเจ็บ
เบื้องต้นตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง โดยเฉพาะประเด็นที่ผู้ก่อเหตุและผู้ได้รับบาดเจ็บอาจรู้จักกันมาก่อน รวมถึงความเป็นไปได้ว่าชายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่พาผู้ได้รับบาดเจ็บมายังจุดเกิดเหตุอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลการสอบสวนและหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา
ล่าสุด นายบัลลังค์ยังคงมีอาการสาหัสและอยู่ในขั้นวิกฤต โดยแพทย์กำลังให้การรักษาอย่างเต็มที่ ขณะที่ชุดสืบสวน สภ.บางปะอิน เร่งตรวจสอบเส้นทางหลบหนีจากกล้องวงจรปิดตลอดแนว พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามตัวผู้ก่อเหตุ รวมถึงบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงาน