วันที่ 2 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางกล่ำ ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุตกหลุมวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ บนถนนบริเวณตรงข้ามสำนักสงฆ์บ้านท่าท้อน หมู่ที่ 8 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา จึงรุดเข้าตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่
ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบร่างของผู้เสียชีวิตชื่อ นายวัยย์ธยา หรือ แอ๊น (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี นอนอยู่ภายในหลุมดังกล่าว ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพล้มคว่ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนจะนำร่างนายวัยย์ธยา ส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป
เพื่อนและญาติของนายวัยย์ธยา ได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิต โดยเชื่อว่าสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากการทำงานของผู้รับเหมาวางท่อระบายน้ำที่ขาดความรอบคอบ ไม่มีการติดตั้งป้ายเตือนหรือปิดกั้นพื้นที่อย่างเหมาะสม จนทำให้นายวัยย์ธยาขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักตกลงไปในหลุมดังกล่าว
นายสถาพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี เพื่อนรุ่นพี่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่เกิดเหตุ นายวัยย์ธยาได้ขี่รถจักรยานยนต์มานั่งเล่นกีตาร์และร้องเพลงที่บ้านของตน ก่อนจะขอตัวกลับบ้านในช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. กระทั่งในช่วงเช้า พี่ชายของนายวัยย์ธยาได้โทรศัพท์มาแจ้งข่าวร้ายว่า นายวัยย์ธยาประสบอุบัติเหตุขี่รถจักรยานยนต์ตกหลุมและเสียชีวิต
นายสถาพรกล่าวเพิ่มเติมว่า นายวัยย์ธยาเป็นคนมีนิสัยดี ขยันทำมาหากินเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวและลูกชายวัย 3 ขวบ เป็นที่รักของเพื่อนฝูง หลังทราบข่าวการจากไป เพื่อนๆ ต่างพากันโพสต์ข้อความไว้อาลัยผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย “จุดที่เกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ไม่มีป้ายเตือนล่วงหน้า แสงสว่างไม่เพียงพอ และไม่มีแผ่นเหล็กปิดหลุมที่ขุดไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีคนขี่รถจักรยานยนต์ตกหลุมจุดนี้ได้รับบาดเจ็บมาแล้ว จึงอยากให้ผู้รับเหมาออกมารับผิดชอบในเรื่องที่เกิดขึ้น และเป็นอุทาหรณ์ให้มีการป้องกันพื้นที่ก่อสร้างให้ดีกว่านี้”
นางพรทิพย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 70 ปี ยายของนายวัยย์ธยา กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า พ่อกับแม่ของหลานชายแยกทางกัน และแม่ของหลานชายก็อยู่ต่างประเทศ นายวัยย์ธยาเป็นเด็กขยัน มีความสามารถหลากหลาย เป็นศิลปินนักร้องเพลงภาคใต้ และยังเคยเป็นพระเอกมิวสิกวิดีโออีกด้วย หากมีเวลาว่างก็จะมาช่วยตนทำงานรับจ้างก่อสร้าง และยังเป็นไรเดอร์ส่งอาหารเพื่อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวและลูกชายวัย 3 ขวบเศษ
นางพรทิพย์เล่าถึงลางสังหรณ์ว่า “ก่อนเกิดเหตุขณะทำงานด้วยกัน หลานชายได้พูดว่า “วันเสาร์จะไม่มาทำงานกับยายแล้ว” เนื่องจากจะไปร่วมงานบวช และเกรงว่าจะมึนเมาจนกลับมาทำงานไม่ไหว ซึ่งยายไม่คิดว่าคำพูดนั้นจะเป็นลางบอกเหตุร้าย” นางพรทิพย์กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดเหตุ หลานชายไปเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ จากนั้นไปบ้านรุ่นพี่ และกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ กระทั่งเช้าวันที่ 1 สิงหาคม มีคนแจ้งว่าหลานชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในที่เกิดเหตุจากอาการบาดเจ็บรุนแรง
“ดิฉันรู้สึกทำใจไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงลูกชายวัย 3 ขวบของหลาน ที่ต้องมาสูญเสียพ่อไปอย่างไม่มีวันกลับ” นางพรทิพย์กล่าว พร้อมเรียกร้องว่า “บริเวณที่มีการก่อสร้างหรือขุดทิ้งไว้ ควรมีการปิดกั้นหรือติดป้ายเตือนที่ชัดเจน จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตแล้ว คนงานก่อสร้างถึงได้นำแผ่นเหล็กมาปิดกั้น ซึ่งดิฉันคิดว่า หากหลานชายไม่เสียชีวิต ผู้รับเหมาคงไม่ปิดหลุม และไม่อยากให้หลานต้องจากไปฟรีๆ จึงอยากให้ผู้รับเหมาหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดูแลแก้ไขจุดนี้ และเยียวยาครอบครัวหลานชายด้วย”
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าร้านตัดสติกเกอร์ บันทึกภาพช่วงเวลา 04.10 น. พบว่านายวัยย์ธยาขี่รถจักรยานยนต์คร่อมเส้นแบ่งเลนซ้ายกับเลนกลาง ก่อนที่รถจะค่อยๆ เคลื่อนออกไปทางเลนซ้าย และพุ่งชนแบริเออร์พลาสติกสีส้ม ตกลงไปในหลุมที่มีการขุดเจาะไว้ โดยไม่มีการนำแผ่นเหล็กมาปิดหลุมป้องกันอุบัติเหตุ ส่วนแสงไฟบริเวณดังกล่าวก็สังเกตเห็นได้ชัดว่าไม่มีความสว่างเพียงพอ จากนั้นเวลา 05.16 น. มีชาวบ้านที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาในจุดเดียวกัน สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงจอดรถตรวจสอบ และพบร่างของนายวัยย์ธยาอยู่ในหลุมพร้อมกับรถจักรยานยนต์ที่ล้มคว่ำอยู่