ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ กรณีการอุ้มฆ่าสองพี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนนำศพไปฝังอำพรางในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ "นายป๋อง" และ "นายธง" ได้ที่ จ.สระแก้ว พร้อมรับสารภาพก่อเหตุ
เมื่อเวลา 18.33 น. วันที่ 31 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีนำกำลังเข้าตรวจสอบจุดฝังศพตามคำรับสารภาพของผู้ต้องหา ซึ่งระบุว่าได้นำศพผู้เสียชีวิตไปฝังไว้บริเวณเชิงเขาภราดร ริมถนนเลียบทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์ พัทยา–มาบตาพุด) พื้นที่บ้านชากแง้ว หมู่ 10 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าไปในพื้นที่ป่าระยะทางกว่า 100 เมตร ก่อนพบหลุมฝังศพขนาดใหญ่ที่ถูกอำพรางด้วยกิ่งไม้และใบไม้ จึงประสานกำลังตำรวจ ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัครกู้ภัยกว่า 300 นาย เข้าปิดล้อมพื้นที่ พร้อมติดตั้งระบบไฟส่องสว่างและกั้นแนวเชือก เนื่องจากมีประชาชนและสื่อมวลชนจำนวนมากเดินทางมาติดตามสถานการณ์ โดยประชาชนบางส่วนแสดงความไม่พอใจและตะโกนสาปแช่งผู้ก่อเหตุ
ต่อมาเวลา 21.40 น. พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐ์พงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช และชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบหลุมฝังศพอย่างละเอียด
ผลการขุดค้นพบหลุมกว้างประมาณ 60 เซนติเมตร ยาว 1.5 เมตร และลึกประมาณ 1.5 เมตร ภายในพบร่างผู้เสียชีวิตชายอยู่ด้านบน ถูกมัดมือไพล่หลัง สวมเพียงกางเกงขาสั้น ส่วนร่างผู้เสียชีวิตหญิงอยู่ด้านล่าง ถูกมัดมือไพล่หลังเช่นกัน สวมเสื้อสีแดง เสื้อชั้นใน และกางเกงชั้นใน ศพทั้งสองอยู่ในสภาพขึ้นอืดและเริ่มส่งกลิ่นเน่า นอกจากนี้ยังพบรองเท้าแตะของผู้เสียชีวิตถูกฝังอยู่ภายในหลุม
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ "บูรพา 491" ได้นำตัวนายป๋องและนายธงมาชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยใช้โล่กำบังและสวมหมวกกันน็อกให้ผู้ต้องหา เพื่อป้องกันเหตุประชาชนพยายามเข้าประชาทัณฑ์ ระหว่างนั้นยังมีรายงานว่ามีผู้แจ้งพบชายชาวต่างชาติพกอาวุธปืนเข้ามาในพื้นที่ แต่เมื่อตรวจสอบแล้วไม่พบบุคคลดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงจำกัดพื้นที่และไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าใกล้
เวลา 22.50 น. พล.ต.ท.ฉัตรชัย เปิดเผยว่า คำรับสารภาพของผู้ต้องหาสอดคล้องกับพยานหลักฐานหลายประเด็น โดยยืนยันว่าผู้เสียชีวิตทั้งสองถูกฝังรวมกันในหลุมเดียว ไม่มีการห่อศพ แต่เป็นการนำร่างลงหลุมแล้วกลบดินทันที
ผลการชันสูตรเบื้องต้นพบว่า ผู้เสียชีวิตหญิงไม่มีบาดแผลจากอาวุธปืน แต่มีร่องรอยถูกทำร้ายอย่างรุนแรงจนเสียชีวิต ขณะที่ผู้เสียชีวิตชายถูกยิง 2 นัด บริเวณหน้าท้องและศีรษะ หลังพยายามต่อสู้กับคนร้าย เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เสียชีวิตหญิง
ผู้ต้องหาให้การว่า ไม่เคยรู้จักผู้เสียชีวิตมาก่อน แต่เลือกลงมือก่อเหตุเพื่อชิงรถจักรยานยนต์ โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้บัตรแสดงตนหลอกให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ก่อนควบคุมตัวและลงมือก่อเหตุ
จากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองร่วมกันก่อเหตุ แต่ "นายป๋อง" เป็นผู้ลงมือหลัก ทั้งการทำร้ายและใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิตชาย ส่วนนายธงอ้างว่าถูกบังคับและมีส่วนร่วมเพียงเล็กน้อย ซึ่งตำรวจจะพิจารณาบทบาทตามพยานหลักฐานทั้งหมด
หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้นำศพไปฝังอำพรางในคืนเดียวกัน ก่อนแยกชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตและนำไปฝังในอีกจุด เพื่อทำลายหลักฐาน ซึ่งคำให้การสอดคล้องกับสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ
นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังรับสารภาพถึงคดีฆาตกรรมพ่อ แม่ และลูกสาวอีก 3 ศพ โดยอ้างว่าใช้วิธีแอบอ้างเป็นตำรวจ ใส่กุญแจมือผู้เสียหาย กล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก่อนชิงทรัพย์ ยิงเสียชีวิต และนำศพไปฝังรวมกันในหลุมเดียว
ตำรวจระบุว่า คำรับสารภาพดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง แม้เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำได้เพียงประมาณ 2 เดือน จึงอยู่ระหว่างเร่งขยายผลไปยังคดีอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง
สำหรับคดีฆ่ายกครัว 3 ศพ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 4 คน และสามารถควบคุมตัวได้ครบทุกคนแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ท.ฉัตรชัย ยืนยันว่า แม้ผู้ต้องหาจะรับสารภาพ แต่ตำรวจจะยังคงรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พยานบุคคล และพยานแวดล้อมอย่างรอบด้าน เพื่อให้สำนวนคดีมีความสมบูรณ์และสามารถดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้อย่างถึงที่สุด
ภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจสอบจุดฝังศพของสองพี่น้องชาวรัสเซีย เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบจุดฝังศพอีกแห่งตามคำรับสารภาพของนายป๋อง และพบร่างพ่อ แม่ และลูกสาว ถูกฝังรวมกันในหลุมเดียว ก่อนควบคุมตัวนายป๋อง นายธง และผู้ต้องหารายอื่นกลับไปยัง สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อดำเนินคดีและเตรียมนำตัวส่งศาลในช่วงเช้าวันถัดไป.