เมื่อเวลาประมาณ 02.50 น. วันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุราชธานี สภ.เมืองอุบลราชธานี รับแจ้งมีเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันบริเวณหน้าบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี ไกรราช ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี, พ.ต.ท.นิโรธ ฉัตรแก้วบุญเรือง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุบลราชธานี พ.ต.ท.กิติพงษ์ สาลีวรรณ สว.สส.สภ.เมือง พร้อมกำลังชุดสืบสวนเวร จึงรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบ รถบรรทุกส่วนบุคคล อีซูซุ สีเทา ทะเบียนบึงกาฬ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 5.56 ตกลงไปในทุ่งนา หลังบ้านที่เกิดเหตุ สอบถามเบื้องต้นในรถมีโดยสารมากับรถกระบะทั้ง 4 คน ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 3 ราย ได้แก่ นายวิษณุ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี, นายวราวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี และ นายพีระศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ส่วน นายเอกรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ไม่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาอย่างเร่งด่วน ขณะที่การตรวจสอบรอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จำนวน 10 ปลอก ตกอยู่บริเวณข้างห้องครัว

จากการสอบถาม เจ้าของบ้าน ให้การว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายพายุ (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นบุตรเขยของ ตนหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ และชุดสืบสวนจึงเร่งติดตามอย่างใกล้ชิด จนทราบว่านายพายุหลบหนีไปอยู่ที่บ้านเพื่อนในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ จึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่สืบสวนจังหวัดศรีสะเกษ เข้าปิดล้อมจับกุมนายพายุ ไว้ได้ในช่วงเย็นวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา
จากการสอบสวนปากคำ นายพายุ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนสาเหตุเกิดจากความแค้นส่วนตัว เนื่องจากนายวิษณุ ผู้บาดเจ็บ เคยพยายามจะข่มขืนภรรยาของตนในตอนที่กำลังตั้งท้องได้เดือนเศษ แต่ภรรยาหนีรอดมาได้และกลับมาเล่าให้ตนฟัง ตอนแรกตนยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะเป็นคนที่รู้จักคุ้นเคยกันดี ต่อมา นายวิษณุได้ไหวตัวหลบหนีออกไปก่อน ทำให้ตนปักใจเชื่อในสิ่งที่ภรรยาพูด

นายพายุ ให้การต่อว่า ก่อนเกิดเหตุนายวิษณุ ติดต่อมาทางภรรยาว่าจะนำเงิน 150,000 บาท มาจ่ายเป็นค่าเสียหายเรื่องที่จะข่มขืน และขอไถ่ถอนรถกระบะที่ตนยึดไว้คืนในราคา 45,000 บาท ตนจึงออกอุบายให้นายวิษณุเดินทางมาที่บ้านภรรยา ก่อนจะเตรียมอาวุธปืนสงคราม M16 พร้อมกระสุน 2 แมกกาซีน รวมประมาณ 40 นัด ไปดักซุ่มรอ
เมื่อรถของนายวิษณุมาถึง ตนจึงโผล่ออกมาจากที่ซ่อนแล้วกระหน่ำยิงใส่รถไม่ยั้ง จนรถเสียหลักตกลงไปในทุ่งนา ก่อนที่ตนจะวิ่งหลบหนี นำอาวุธปืนไปทิ้งข้างทาง และหนีไปกบดานที่บ้านเพื่อนในจังหวัดศรีสะเกษกระทั่งถูกตำรวจตามมาล็อกตัวดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ พฐ.เก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม และจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายพายุพบว่ามีความโชกโชน เคยมีคดีฆ่าและ พ.ร.บ.อาวุธปืน ที่ สภ.เขื่องใน เมื่อปี 2567, คดี พ.ร.บ.อาวุธปืน ที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี ในปี 2567 และล่าสุดนายพายุยังอยู่ระหว่างประกันตัวในชั้นอุทธรณ์คดี ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนจะมาก่อเหตุในครั้งนี้ จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายพายุส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อดำเนินการสอบสวน และส่งตัวฝากขังทันทีโดยไม่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ