กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น/จับกุม นำโดย พร้อมด้วยเจ้าพนักงานตำรวจชุดปฏิบัติการ กก.6 บก.ป. ร่วมจับกุม ดังนี้
1. นายโอม (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี (จุดตรวจค้นที่ 1 ต.เขาเจียก อ.เมืองพัทลุง) โดยกล่าวหา "มีอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับ 58 ข้อ 16 ผู้ใดฝ่าฝืนประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ"
2. นายมอส (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี (จุดตรวจค้นที่ 2 ต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองพัทลุง) โดยกล่าวหา "ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียภาษีหรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม โดยยังไม่ผ่านศุลกากร หรือเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งมิได้เสียภาษี"
พฤติการณ์แห่งคดี
สืบเนื่องจากในห้วงปี 2568–2569 ที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงบ้านเรือนของประชาชนอยู่บ่อยครั้ง แม้แต่ละครั้งจะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่นับเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง และสร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ กก.6 บก.ป. สืบสวนหาข้อมูลเพื่อป้องกันปราบปรามกลุ่มผู้ก่อเหตุและผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง จากการสืบสวนเชื่อว่าเหตุดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับการติดตามทวงถาม "หนี้ค่ายาเสพติด" และการข่มขู่คุกคามประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ ของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ กระทั่งพบว่าเครือข่ายดังกล่าวอยู่ภายใต้การสั่งการของ นายคมจักร หรือ "โด้" มาเจริญ ผู้ต้องหาหลบหนีตามหมายจับของศาล รวม 6 หมายจับ ในคดีร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานฯ, สมคบกันเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ, ใช้จ้างวานให้ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่าผู้อื่น และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดในภาคใต้
จากการสืบสวนพบว่านายคมจักรฯ หลบหนีไปกบดานในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังคงมีพฤติการณ์สั่งการและควบคุมเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) เข้ามาจำหน่ายในพื้นที่ จ.พัทลุง และจังหวัดใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง โดยใช้บุคคลในพื้นที่เป็นผู้เก็บรักษาเงินและทำธุรกรรมแทน และใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือควบคุมลูกหนี้และคนในเครือข่ายให้อยู่ในความหวาดกลัว เมื่อการติดตามจับกุมตัวยังไม่บรรลุผล
เนื่องจากผู้ต้องหาอยู่นอกราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงสืบสวนขยายผลด้านการเงินของเครือข่าย จนทราบว่ายังมีบุคคลในเครือข่ายทำหน้าที่เก็บรักษายาเสพติด เก็บรักษาเงิน และดำเนินธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดแทนผู้ต้องหา
ภายหลังรวบรวมพยานหลักฐานจนมีเหตุอันควรเชื่อว่าบ้านพักเป้าหมายทั้ง 3 หลัง ถูกใช้เป็นสถานที่เก็บทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จึงขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดพัทลุงเข้าตรวจค้นพร้อมกัน
โดยเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ได้นำหมายค้นของศาลเข้าตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกัน 3 จุด ในพื้นที่ อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง ดังนี้ จุดที่ 1 บ้านพักในพื้นที่ ต.เขาเจียก อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง ที่พักของ นายโอม อายุ 39 ปี (สงวนนามสกุล) ผลการตรวจค้นพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ชนิดกึ่งอัตโนมัติ (มีทะเบียนเป็นของบุคคลอื่น) จำนวน 1 กระบอก ซองบรรจุกระสุนและเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 13 นัด เงินสดจำนวน 300,000 บาท สมุดบันทึกยอดเงินกู้นอกระบบ หนังสือสัญญากู้เงิน 12 ฉบับ และโทรศัพท์มือถือ รวมของกลาง 11 รายการ จึงแจ้งข้อกล่าวหา "มีอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต (ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ข้อ 16)" นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง ดำเนินคดี
จุดที่ 2 บ้านพักในพื้นที่ ต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง ที่พักของ นายมอส อายุ 27 ปี (สงวนนามสกุล) ผลการตรวจค้นพบเงินสดเป็นธนบัตรคละชนิด รวมมูลค่า 4,263,520 บาท ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน จากการซักถาม นายกบินทร์ฯ ให้การยอมรับว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งนายคมจักรฯ สั่งการให้ตนเก็บรักษาไว้จริง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
นอกจากนี้ยังตรวจพบบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 40 ชิ้น และบุหรี่ต่างประเทศที่มิได้เสียภาษี จำนวน 30 ซอง จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย หรือรับไว้ซึ่งของที่มิได้เสียภาษีหรือของต้องห้ามที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง ดำเนินคดี
จุดที่ 3 บ้านพักในพื้นที่ ต.เกาะเต่า อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ที่พักของ น.ส.เอ อายุ 34 ปี (สงวนนามสกุล) บุคคลที่มีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับผู้ต้องหา ผลการตรวจค้นไม่พบของกลางสำคัญที่เกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด แต่จากการสืบสวนพบว่าบุคคลดังกล่าวเคยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาเงินของเครือข่ายในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลและตรวจสอบเส้นทางการเงินต่อไป
ตรวจยึดของกลางสำคัญ รวมเงินสดมูลค่า 4,563,520 บาท ดังนี้
1. ธนบัตรไทยคละชนิด (เงินสด) รวมจำนวน 4,563,520 บาท
2. อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. ชนิดกึ่งอัตโนมัติ จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองบรรจุกระสุนและซองพก
3. เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 13 นัด
4. สมุดบันทึกยอดเงินกู้นอกระบบ และหนังสือสัญญากู้เงิน จำนวน 12 ฉบับ
5. โทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อของเครือข่าย
6. บุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ต่างประเทศที่มิได้เสียภาษี จำนวนมาก
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำเงินสดของกลางมาตรวจหาสารเสพติดเบื้องต้นด้วยน้ำยาตรวจสอบสารเมทแอมเฟตามีน ผลปรากฏว่าน้ำยาทดสอบเปลี่ยนสีจากใสเป็นสีน้ำตาล อันเป็นผลบวกที่แสดงว่า พบสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนปนเปื้อนอยู่กับธนบัตรของกลาง สอดคล้องกับคำให้การของผู้ถูกตรวจค้นที่ยอมรับว่า เงินสดดังกล่าวได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติด โดยนายคมจักรฯ เป็นผู้สั่งการให้ทำหน้าที่รวบรวมและเก็บรักษาไว้ ทั้งนี้ ของกลางทั้งหมดจะถูกส่งตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันผลอย่างเป็นทางการต่อไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ได้นำตัวผู้ถูกจับกุมพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดที่อยู่ในอำนาจของพนักงานสอบสวนท้องที่ และในส่วนของทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อยู่ระหว่างประสานสำนักงาน ป.ป.ส. และสำนักงาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของเครือข่ายทั้งหมด เพื่อดำเนินการยึดและอายัดตามประมวลกฎหมายยาเสพติดและกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นระยะที่ 1 ของแผนทลายเครือข่ายดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่จะสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่น รวมทั้งเร่งรัดประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อติดตามจับกุมตัวนายคมจักรฯ มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนของเหตุใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่บ้านเรือนประชาชนดังกล่าวข้างต้น อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวนในพื้นที่ ซึ่ง กก.6 บก.ป. จะสนับสนุนข้อมูลจากการสืบสวนขยายผลครั้งนี้ให้แก่พนักงานสอบสวน เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดทุกรายมาดำเนินคดีตามพยานหลักฐานต่อไป
สอบถามคำให้การเบื้องต้น นายโอม ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และ นาย "มอส" ให้การว่า เงินสดที่ตรวจค้นพบ ดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติดจริง โดยได้รับคำสั่งจากนายคมจักร หรือ "โด้" ให้ทำหน้าที่รวบรวม เก็บรักษา และดำเนินธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติดแทนนายคมจักรฯ และจากการซักถาม หญิงสาวอีกราย ได้ให้ถ้อยคำว่า เคยทำหน้าที่เก็บเงินค่ายาเสพติดให้กับนายโด้ หรือนายคมจักร เมื่อประมาณปี 2567 จำนวนหลายครั้ง เป็นเงินตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักล้านบาท แต่ช่วงหลังกลัวว่าจะมีความผิด จึงได้เลิกทำหน้าที่เป็นคนเก็บเงินให้กับนายคมจักรฯ แล้ว
การปฏิบัติครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร โดยเน้นการตัดต้นตอการผลิตและจำหน่าย การสกัดกั้นร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน และการยึดทรัพย์ผู้ค้ารายสำคัญ ตลอดจนนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจตนารมณ์ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและองค์กรอาชญากรรมโดยใช้มาตรการทางทรัพย์สินตัดวงจรการกระทำความผิด เพราะการยึด "เงินยาเสพติด" ทุกบาท คือการตัดขีดความสามารถของเครือข่ายในการซื้อ ยาเสพติดล็อตใหม่ จ้างคนกระทำผิด และขยายอิทธิพลในพื้นที่