บิ๊กต่อ สั่งเด้ง พ.ต.ท. สารวัตรทางหลวง เซ่นปมจับปืน ทหารพราน ดราม่าสนั่นโซเชียล
บิ๊กต่อ สั่งเด้ง พ.ต.ท. สารวัตรทางหลวง เซ่นปมจับปืน ทหารพราน ดราม่าสนั่นโซเชียล
ข่าวอาชญากรรม

บิ๊กต่อ สั่งเด้ง พ.ต.ท. สารวัตรทางหลวง เซ่นปมจับปืน ทหารพราน ดราม่าสนั่นโซเชียล

ฟังข่าวนี้

วันนี้ (15 ก.ค. 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้ลงนามในคำสั่งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ 196/2569 เรื่อง ข้าราชการตำรวจช่วยราชการ สั่งการให้ พ.ต.ท.วิชัย โมฆรัตน์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ไปช่วยราชการที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ศปก.บช.ก.) โดยขาดจากต้นสังกัด มีผลตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป

การออกคำสั่งย้ายในครั้งนี้ อาศัยอำนาจตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปช่วยราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2566

วัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และเกิดความเป็นธรรมสูงสุดแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้ทางกองบังคับการตำรวจทางหลวงอยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบรายละเอียดอย่างละเอียดรอบคอบ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ด่านตรวจทางหลวงในพื้นที่ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงตรัง-พัทลุง ปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นรถยนต์เก๋งของ อส.ทพ. รายหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางจากพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ใน จ.นราธิวาส เพื่อกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ จ.นครศรีธรรมราช จากการตรวจค้นภายในรถ เจ้าหน้าที่พบ อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม. (ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะคนขับ) ซองกระสุน (แม็กกาซีน) จำนวน 3 ซอง เครื่องกระสุนปืน รวม 41 นัด

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวมีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่ผู้ครอบครองไม่มีใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ (ใบ ป.12)

เจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาชัยสน ดำเนินคดีในข้อหา พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร" จนกลายเป็นประเด็นดราม่าว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุต่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยหรือไม่

ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ทาง กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงระบุว่า ทางหน่วยงานตระหนักถึงความละเอียดอ่อนของเรื่องนี้ที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกของสังคม จึงได้ดำเนินการดังนี้

1.สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง มอบหมายให้ กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (กก.7 บก.ทล.) ตั้งกรรมการตรวจสอบรายละเอียดและข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน

2. ประสานงานหน่วยความมั่นคง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เร่งประสานและหารือร่วมกับหน่วยงานทหารและหน่วยความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานที่ชัดเจน สอดคล้องกับทั้งข้อกฎหมาย ภารกิจหน้าที่ และสภาพความเป็นจริงในการปฏิบัติงานในพื้นที่ภัยแทรกซ้อน

บก.ทล. ย้ำ การดำเนินการครั้งนี้เพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกันในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างหน่วยงาน เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ