สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ผบ.ตร.รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงการณ์ ผบ.ตร.รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกหน่วยในสังกัด ดำเนินการกวาดล้างปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดที่เป็นต้นเหตุการณ์แพร่กระจายไปยังประชาชน ในทุกชุมชน กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก.น.3 พ.ต.อ.สุรเดช พจนาวงษ์พานิช พ.ต.อ.อัครพล โทยะ รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สส.บก.น.3 พ.ต.ท.ไพโรจน์ โชติวรรณ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 ได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวข้างต้นของผู้บังคับบัญชา โดยเคร่งครัดและการขยายผลจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่รับผิดชอบและขยายผลไปจนจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญหลายๆรายในช่วงเวลาที่ผ่านมา ครั้งนี้พบข้อมูลของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่มีพฤติการณ์ลักลอบนำยาเสพติดมาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน จึงได้ร่วมกันสืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่เป็นเป้าหมายดังกล่าว จนสามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดไว้ได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ด้วยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ร่วมกันจับกุมตัว 2 ผู้ต้องหา 1.นายเอ (นามสมมติ) 2.นายบี (นามสมมติ)
พร้อมด้วยของกลาง
1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทเอมเฟตามีน) ประมาณ 3,910,000 เม็ด
2.โทรศัพท์มือถือ Realme รุ่น RMX3624 สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง (ใช้ในการติดต่อสนทนาเกี่ยวกับยาเสพติด และรับโอนเงินค่าจ้าง และค่ายาเสพติด)

3.รถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนด์เงิน คันหมายเลขทะเบียน นค 77xx ปทุมธานี ใช้สำหรับซุกซ่อน ลำเลียงยาเสพติ
4.รถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า คันหมายเลขทะเบียน ฒน 52xx กรุงเทพฯ ใช้สำหรับซุกซ่อน ลำเลียงยาเสพติด
สถานที่เกิดเหตุ ลานจอดรถภายในซอยประชาร่วมใจ 7 แยก 19 แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวากรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ ก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่า มีขบวนการลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ ใช้รถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนด์เงิน คันหมายเลขทะเบียน นค 77xx ปทุมธานี ได้ลักลอบขนยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) เป็นจำนวนมากเข้ามาจอดทิ้งไว้ในซอยประชาร่วมใจ 7 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เพื่อรอส่งมอบต่อ ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.3 จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้รับคำสั่งให้วางแผนเฝ้าติดตามเพื่อจับกุมตัวเจ้าของยาเสพติดดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยมีการจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณใกล้เคียงดังกล่าว
ต่อมาในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เฝ้า สังเกตการณ์อยู่ได้มีรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า คันหมายเลขทะเบียน ฒน 52xx กรุงเทพฯ มีผู้ถูกจับที่ 2เป็นคนขับ มีผู้ถูกจับที่ 1 นั่งมาที่เบาะข้างคนขับ ได้มาจอดที่หน้ารถตู้คันดังกล่าว หลังจากนั้นผู้ถูกจับทั้งสองได้เปิดประตูรถตู้แล้วช่วยกันยกถุงพลาสติกสีดำ ซึ่งบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ของกลาง ขึ้นท้ายรถยนต์กระบะตู้ทึบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.3 จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ของกลางรายการที่ 1 และที่ 2 อยู่ท้ายรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า คันหมายเลขทะเบียน ฒน 52xx กรุงเทพฯ และพบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ของกลางรายการที่ 3 รถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนด์เงิน คันหมายเลขทะเบียน นค 77xx ปทุมธานี จึงได้จับกุมผู้ถูกจับทั้งสองพร้อมตรวจยึดของกลางในคดีนี้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายและแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ และนำตัวผู้ถูกจับทั้งสองพร้อมด้วยของกลางมาที่ กก.สส.บก.น.3ผู้ถูกจับมีลักษณะคล้ายผู้เสพยาเสพติด จึงได้ปัสสาวะของผู้ถูกจับ ด้วยความสมัครใจของผู้ถูกจับด้วยชุดตรวจหาสารเสพติดของ ป.ป.ส. เบื้องต้นไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่าใด และได้นำยาเสพติดของกลางมาตรวจพิสูจน์กับน้ำยามาร์คควิด ผลการตรวจเป็นเมทแอมเฟตามีนจริง ผู้ถูกจับได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมไว้แล้ว แต่ไม่สามารถจับกุมบุคคลดังกล่าวได้
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย อันเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
จึงนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป