วันนี้ (15 มิ.ย. 69) ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ครอบครัวของ นายชรินทร์ อายุ 48 ปี หรือ บอล วินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดตำรวจตระเวนชายแดนใช้อาวุธปืนยิง ได้เดินทางมาติดต่อขอรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดกุนนทีรุทธาราม (วัดห้วยขวาง) โดยจะมีการสวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา 5 คืน และมีพิธีฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายนนี้
ด้าน นางสาวอภิญญา ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. คุณพ่อยิ่งซื้อข้าวมาให้ตนรับประทานและเปิดทีวีดูการ์ตูนด้วยกัน ทุกอย่างดูเป็นปกติไม่มีอะไรผิดแปลก จนกระทั่งช่วงกลางดึกมีเพื่อนบ้านโทรศัพท์มาว่าจ้างให้คุณพ่อไปซื้อยาให้ จึงออกไปจนกระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าว ทั้งนี้ ย้อนกลับไปประมาณ 3 วันก่อนเกิดเหตุ คุณพ่อได้โพสต์รูปตนลงในเฟซบุ๊ก พร้อมใส่เพลงแสดงออกถึงความรักและบอกรักตน ซึ่งทำให้รู้สึกแปลกใจมาก เพราะปกติคุณพ่อไม่เคยทำพฤติกรรมเช่นนี้ คาดว่าอาจเป็นลางสังหรณ์บอกเหตุร้าย
ขณะที่หลานสาวและพี่สะใภ้ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยร่วมกันว่า รู้สึกไม่สบายใจอย่างมากที่เห็นกระแสสังคมโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์ไปในเชิงให้กำลังใจผู้ต้องหา รวมถึงมีการตั้งกลุ่มระดมทุนเงินช่วยเหลือ จึงมองว่าสังคมยังไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด เนื่องจากผู้เสียชีวิตถูกด่าทอก่อนและถูกกระทำก่อน ซึ่งเป็นใครก็คงทนไม่ได้ ยอมรับว่าเหตุการณ์รุมทำร้ายอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเสีย แต่ในฐานะที่ผู้ต้องหาเป็นข้าราชการตำรวจ ไม่ควรจะโกรธแค้นถึงขั้นสาดกระสุนยิงใส่ถึง 17 นัด ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุอย่างมาก หรือหากจะอ้างว่ามีอาการป่วยทางจิตเวช ก็ไม่ควรที่จะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการและไม่ควรพกพาอาวุธปืน
นอกจากนี้ ทางครอบครัวระบุว่าพวกตนไม่ได้มีเส้นสาย และไม่สามารถไปห้ามปรามความคิดของคนในโซเชียลได้ แต่อยากให้สังคมตระหนักว่าครอบครัวตนเป็นฝ่ายสูญเสีย และสิ่งที่พูดคือข้อเท็จจริง พร้อมกันนี้ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า หลังเกิดเหตุเหตุใดพนักงานสอบสวนจึงไม่มีการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดหรือตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของผู้ต้องหา
ส่วนกรณีที่มีกระแสโจมตีในโซเชียลตั้งข้อสังเกตว่า วินรถจักรยานยนต์กลุ่มนี้เคยถูกร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งการเล่นการพนัน ดื่มสุรา หรือการสักลวดลายตามตัวนั้น ทางครอบครัวขอความเห็นใจจากสังคมให้ช่วยแยกแยะ เพราะเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และในวันเกิดเหตุเพื่อนร่วมวินส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เข้าร่วมรุมทำร้าย มีเพียงแค่ 2–3 คนเท่านั้นที่มีปากเสียงและปะทะกัน
อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวได้จุดธูปบอกกล่าวร่างผู้เสียชีวิตว่า หากรับรู้ได้ก็ไม่อยากให้จองเวรจองกรรมต่อกันอีกเลย ขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี และเข้าใจว่าคุณพ่อคงทำบุญร่วมกันมาเพียงเท่านี้