รวบอดีตพนักงานไปรษณีย์ ทุจริตรับเงินผู้รับพัสดุแต่ไม่นำส่งคืน
รวบอดีตพนักงานไปรษณีย์ ทุจริตรับเงินผู้รับพัสดุแต่ไม่นำส่งคืน
ข่าวอาชญากรรม

รวบอดีตพนักงานไปรษณีย์ ทุจริตรับเงินผู้รับพัสดุแต่ไม่นำส่งคืน

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต. ชัชนพ ผดุงกาญจน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 7 ได้มอบหมายให้นักสืบสวนคดีทุจริต กลุ่มสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 7 ลงพื้นที่ทำการสืบสวนจับกุมนายศักดิ์ชาย (สงวนนามสกุล) บุคคลตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ที่ จ.14/2569 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย

และฐานเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 และมาตรา 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

โดยนายศักดิ์ชายฯ ผู้ถูกกล่าวหาหรือบุคคลตามหมายจับ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพนักงานไปรษณีย์ 7 สังกัดที่ทำการไปรษณีย์ธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำหน้าที่จ่ายพัสดุด่วนเพื่อธุรกิจ e-Commerce (e-Parcel) และไปรษณีย์ด่วนพิเศษในประเทศที่ใช้ร่วมกับบริการรับฝากส่งสิ่งของด้วยระบบเก็บเงินปลายทาง (EMS-COD) และรับเงินจากผู้รับแล้ว แต่ไม่ดำเนินการจัดส่งเงินเข้าระบบตามระเบียบ จำนวน 117 รายการ เป็นเงิน 68,516 บาท พฤติการณ์ส่อเจตนาทุจริตนำเงินดังกล่าวไปเป็นประโยชน์แก่ตนเองโดยมิชอบ ภายหลังได้นำเงินมาชดใช้คืน จำนวน 69 รายการ เป็นเงิน 45,034 บาท คงเหลือที่ยังไม่นำเงินมาชดใช้คืน จำนวน 48 รายการ เป็นเงิน 23,482 บาท

พนักงานเจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 7 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรปราณบุรี ได้รวบรวมข้อมูลจนสืบทราบถึงสถานที่พักอาศัยและที่ทำงานของผู้ถูกกล่าวหา พนักงานเจ้าหน้าที่จึงเฝ้าสังเกตการณ์ในบริเวณใกล้เคียง เมื่อพบตัวผู้ถูกกล่าวหา จึงแสดงตัวเข้าจับกุมบุคคลดังกล่าว พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบและดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มาตรา 22 และมาตรา 23 พร้อมทั้งนำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปทำบันทึกการจับกุม พิมพ์ลายนิ้วมือ ลงบันทึกประจำวัน และนำตัวผู้ถูกกล่าวหาส่งไปยังสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 7 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ