เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 เมษายน ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจเเห่งชาติ (รอง จตช.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. ร่วมกันแถลงรายละเอียดการจับกุม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมพวก รวม 6 คน ในข้อหา ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ หลัง พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.3 บช.สตม. ผู้เสียหาย แจ้งความถูกข่มขู่เรียกเงิน 2.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ไลฟ์สดโจมตีการทำงานกรณีลักลอบนำผู้ต้องหาชาวจีนออกจากห้องกัก ตม.สวนพลู
ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ เปิดเผยว่า แผนประทุษกรรมของกลุ่มผู้ต้องหาว่ามีการแบ่งหน้าที่ชัดเจนเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ผู้มีความน่าเชื่อถือ, กลุ่มข่มขู่สร้างเงื่อนไข และกลุ่มรับเงิน ซึ่งจากการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งคำให้การผู้เสียหายและร่องรอยการจ่ายเงิน ทำให้เห็นความเชื่อมโยงชัดเจน แม้ผู้เสียหายจะยอมจ่ายเงิน 2.5 ล้านบาทไปแล้ว แต่ผู้ต้องหาก็ยังคงมีการเปิดเผยข้อมูลบางอย่างที่ทำให้ผู้เสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียงอยู่ จึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความ เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ที่ผ่านมาจนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดี
ซึ่งหลังจากที่ผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเส้นทางการเงิน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 ราย ประกอบไปด้วย
- นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ (อินฟลูเอนเซอร์)
- พ.ต.อ.กวินศักดิ์ พีรยศธนนนท์ รองผู้การ ตชด.ภาค 4
- น.ส.วิภาดา ทนายความ
- ส.อ.สิทธิชัย คนขับรถของนายอัจฉริยะ
- นายจิรโรจน์ และภรรยา (รับเงิน)
โดยทั้งหมดเชื่อมโยงกันในลักษณะขบวนการ และเชื่อว่าอาจมีการก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมากกว่า 1 ครั้ง
ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะในส่วนที่ยังขาด และอาจถูกใช้เป็นข้อต่อรองของผู้ต้องหา พร้อมทั้งเตรียมขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ทั้งนี้ หากมีผู้เสียหายรายอื่น สามารถเข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ได้ โดยตำรวจยืนยันว่าจะดูแลความปลอดภัยและเก็บข้อมูลเป็นความลับ
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ย้ำว่า การดำเนินคดีครั้งนี้เป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่การกลั่นแกล้งหรือโกรธเคืองแต่อย่างใด เป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด โดยมีพยานหลักฐานและมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความ
นอกจากนี้ ในประเด็นปัญหาภายในห้องกัก ตม. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ เปิดเผยว่า ได้มีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา โดยจัดชุดตรวจสอบ 4 ชุดทั่วประเทศ เบื้องต้นมีคำสั่งให้ออกจากราชการแล้ว 7 นาย ซึ่งเป็นตำรวจในพื้นที่นครบาล และอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช.
ขณะเดียวกัน ยังพบตำรวจอีก 4 นาย กระทำผิดวินัย ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2, 3, 4 และ 7 และอยู่ระหว่างตรวจสอบความผิดทางอาญาเพิ่มเติม โดยยืนยันว่าหากพบเจ้าหน้าที่รายใดเกี่ยวข้อง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด